นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4464
ความเห็น: 3

ค่ายนรก Auschwitz concentration camp

สิ่งปลุกสร้างต่างๆ ที่เห็น ถ้าไม่มีข้อมูลประกอบก็ไม่ต่างอะไรกับอาคารร้าง แต่ด้วยข้อมูลที่ได้รับ มันเกินกว่าจินตนาการที่จะไปาถึงได้ถึงความโหดร้ายที่มนุษย์ได้กระทำต่อกัน

การตอบคำถามที่ว่า "มนุษย์โหดร้ายได้มากมายแค่ไหนกัน" คงจะไม่กระจ่างชัดมากพอ ถ้ายังไม่ได้มาเห็นด้วยตาตนเองที่ ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ (Auschwits concentration camp) ที่ตั้งอยู่ที่เมืองออสวีซิม (Oswiecim) ประเทศโปแลนด์

การที่ค่ายกักกันเชลยชาวยิวมาตั้งอยู่ที่นี่ เป็นเพราะโปแลนด์เป็นประเทศที่มีชุมชนชาวยิวใหญ่ที่สุดในยุโรป

ที่นี่เป็นค่ายกักกันของนาซี สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกสร้างขึ้นมาในปี 1940 และด้วยระยะเวลาประมาณ 5 ปี (ค่ายนี้ถูกกองทัพสหภาพโซเวียตโจมตีแตกเมื่อ 27 ม.ค. 1945) ค่ายนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่สังหารหมู่ชาวยิวทั่วทั้งยุโรปไปประมาณ 1,100,000 ถึง 1,500,000 คน เพียงเพราะความเกลียดชังและความหลงใหลในชาติพันธ์ของตนเอง (จำนวนจริงๆ ไม่มีใครทราบได้เพราะกองทัพนาซีทำลายหลักฐานทั้งหมดก่อนที่จะแพ้สงคราม)

ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ แบ่งออกเป็น Auschwits I และ Auschwits II - Birkenau ซึ่งมีชื่อเรียกขานอีกชื่อว่าค่ายแห่งความตาย (death camp) การเข้าชมทั้งสองค่ายใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (ค่าเข้าชมพร้อมไกด์ ประมาณ 2,500 บาท) เหมือนจะนานครับ แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่น่าอย่างที่คิด เพราะมีเรื่องราวให้ตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา แต่เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องเศร้าครับ อาจจะมีเรื่องดีอยู่บ้างเช่น การรอดชีวิต ของนักโทษสาวจากการรมแก๊สพิษ หรือ การประสบความสำเร็จในการหลบหนีออกมาจากค่ายกักกัน เป็นต้น แต่ถ้าเทียบกับเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ยินได้เห็น ก็นับได้ว่า เป็นเรื่องดี เพียงเล็กน้อยครับ

Auschwits I ตอนนี้แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญแก่ชาวโลกถึงความโหดร้ายของกองทัพนาซีที่กระทำต่อเชลยชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Auschwitz concentration camp

 

เหล่าเชลยที่เดินทางเข้าสู่ประตูของค่ายกักกัน ที่มีคำว่า "การทำงานจะนำไปสู่อิสระภาพ (ARBEIT MACHT FREI)" เชลยเหล่านั้นคงไม่สามารถคาดเดาได้ถึงเบื้องหน้าที่เหี้ยมโหดของค่ายกักกันนี้ ที่จะแปรสภาพเป็นโรงฆ่ามนุษย์และจะนำมาซึ่งความตาย ไม่ใช่อิสระภาพอย่างที่พวกเขาถวิลหา

 

Auschwitz concentration camp

 

ถ้าดูจากสภาพปัจจุบันของค่ายกักกัน จะไม่สามารถจินตนาการถึงความโหดร้ายที่เคยเกิดขึ้นได้เลย สภาพปัจจุบันถูกปรับแต่งภูมิทัศน์ภายนอก จนดูเหมือนกลุ่มอาคารเก่าๆ ธรรมดาๆ เท่านั้นเอง

Auschwitz concentration camp

 

ตึกบางตึกที่นี่ (Block 10) เคยถูกใช้เป็นทั้งสถานที่ทดลองโดยใช้มนุษย์เป็นๆ เป็นวัตถุทดลอง เช่นการทดลองยา การทดลองอาวุธ การตัดแขนขาแล้วเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงจนตาย เป็นต้น กลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น ฝาแฝด จะเป็นที่ต้องการมากสำหรับใช้ในการทดลองประเภทต่างๆ  และถัดจาก Block 10 คือ Block 11 ซึ่งใช้เป็นสถานที่ทรมานและทำโทษเชลยด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งเราไม่อาจจะจินตนาการถึงได้ บางห้องเป็นห้องที่ขังนักโทษ 4 คนขึ้นไป แคบมาก ไม่สามารถนั่งได้เลย (standing cell) ต้องยืนทรมาณตลอดเวลา

Auschwitz concentration camp

 

ภาพด้านบน คือ โรงอาหารครับ ถึงแม้ที่นี่จะมีโรงอาหารใหญ่โต แต่ภาวะโภชนาการของเชลยที่นี่แย่มาก อาหารสำหรับเชลย คือ ขนมปัง 350 กรัม ซุปผักกาด มันฝรั่งและน้ำกลิ่นกาแฟ ซึ่งน่าจะไม่ต่างอะไรกับเศษอาหาร จนบางคนอาจจะบอกว่า ไม่น่าจะเรียกว่าอาหารด้วยซ้ำ

Auschwitz concentration camp

 

อากาศในช่วงฤดูหนาวของโปแลนด์จะหนาวมาก แต่จากภาพ จะเห็นได้ว่า ที่นอนในโรงนอน (Barrack) ที่ปูด้วยฟางของเชลยแทบจะไม่ช่วยอะไรให้ร่างการอบอุ่นได้เลย จึงไม่แปลกอะไรเลย ที่ภายใต้อุณหภูมิติดลบในฤดูหนาว จะมีเชลยหนาวตายทุกปี

Auschwitz concentration camp

คนเป็นร้อยในเรือนพักแต่ละหลัง แต่จำนวนห้องน้ำและห้องอาบน้ำมีเพียงน้อยนิด และอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้เป็นส่วนใหญ่

ข้าวของที่เชลยชาวยิวนำติดตัวมาด้วย มีจำนวนมากมายมหาศาล ชวยให้คิดย้อนไปถึงชาวยิวจำนวนนับล้านคน ที่ต้องมาจบชีวิต ลงที่นี่ ในห้องเก็บเส้นผมของเชลยมีเส้นผมกองเป็นภูเขาย่อมๆ ที่จะถูกนำไปขายในราคาถูกๆ เพื่อนำไปแปรสภาพเป็นเส้นใยสำหรับทำวิกหรือทอเป็นเสื้อผ้า นึกแล้วสยองครับ (เพื่อเป็นการเคารพผู้ที่เสียชีวิต ห้องแสดงดังกล่าว จึงไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้)

Auschwitz concentration camp

 

แม้กระทั่งทุกวันนี้ การวางดอกไม้เพื่อระลึกถึงผู้ที่จากไป ตามสถานที่ต่างๆ ยังสามารถเห็นตลอดการเยี่ยมชมค่ายกักกันแห่งนี้ สำหรับสถานที่ในรูป คือ ลานประหาร ที่ได้ชื่อว่าผนังแห่งความตาย ทหารนาซีจะสังหารเชลยศึกด้วยกระสุนปืนและให้เชลยที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นผู้เก็บร่างไร้ชีวิตดังกล่าวไปกองรวมกันเพื่อรอทำลาย

Auschwitz concentration camp

ห้องรมแก๊สพิษและเตาเผาศพ น่าจะเป็นสถานที่สุดสยองในค่ายกักกันแห่งนี้ เล่ากันว่า กองทัพนาซีเสียดายกระสุน จึงคิดหาวิธีสังหารเชลยคราวละมากๆ ด้วยการรมแก๊สพิษ และตั้งชื่อสถานที่นี้อย่างน่ารักว่า The Little Red House (ภาพด้านล่าง คือ ภาพจำลองสถานที่ดังกล่าว)

Auschwitz concentration camp

 

ผมใช้เวลากับไกด์ใน Auschwits I ประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง และ นั่งรถบัส ประมาณ 5 นาที เพื่อเดินทางไปชม Auschwits II ต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมง

การเดินทางสู่ Auschwits II ของเชลยจากที่ต่างๆ ทั่วยุโรปจะใช้ทางรถไฟเป็นหลัก โดยมีเชลยในตู้โดยสารหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่าร้อยคนแออัดกันมาเป็นเวลาหลายวัน ตู้โดยสารมีช่องอากาศให้หายใจเพียงช่องเล็กๆ เท่านั้นเอง ผู้โดยสารบางส่วนได้เสียชีวิตก่อนถึงค่ายกักกันเสียอีก ไกด์บรรยายว่า พอประตูรถไฟถูกเปิดออก เชลยแทบจะทะลักออกมาจากตู้รถไฟเลยทีเดียว

Auschwitz concentration camp

การเดินทางโดยทางรถไฟ จะนำเชลยศึกเข้าสู่ป้อมซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักของ Auschwits II ไปยังจุดคัดกรอง เพื่อพิจารณาว่าเชลยคนไหนจะถูกนำไปใช้แรงงานหรือเข้าห้องรมแก็สพิษทันที การคัดกรองจะใช้หมอทหารนาซี โดยทหารจะเริ่มต้นด้วยการขอโทษเหล่าเชลยที่การเดินทางมายังค่ากักกันต้องใช้เวลานาน และจะคัดกรองโดยให้เชลยที่ไม่เหมาะจะเป็นแรงงาน เช่น เด็ก คนชรา หรือผู้ป่วย ได้ไปรักษาพยาบาลและ "อาบน้ำ" ก่อน แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการอาบแก๊สพิษ ครับ โดยเชลยทุกคนจะต้องถอดเสื้อผ้าออกให้หมดก่อน และลงไปยังห้องที่ออกแบบให้เหมือนกับโรงอาบน้ำ

Auschwitz concentration camp

 

ค่าย Auschwits II มีขนาดใหญ่โตกว่า Auschwits I มาก หากมองจากหอคอยตรงประตูทางเข้าหลัก จะเห็นเรือนนอนไกลสุดลุกหูลูกตาเลยทีเดียว แต่เรือนนอนส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายไปแล้ว เพื่อปลดปล่อยเชลยชาวยิวจากกองทัพนาซี

Auschwitz concentration camp

 

ปัจจุบันนี้ โรงรมแก๊สพิษได้ถูกทำลายลงไปแล้ว (ภาพด้านล่าง) เหลือแต่ซากให้ผู้มาเยือนได้จินตนาการถึงความโหดร้ายของกองทัพนาซี ที่กระทำต่อผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ (ทางยาวๆ ที่เห็นเป็นหลุมลงไป คือ ทางเดินไปสู่ "ห้องอาบน้ำ" ครับ) ถึงแม้จะไม่มีอาคารให้เห็น แต่ก็ชวนให้คิด และเมื่อไปยืนใกล้ๆ ก็แทบจะหายใจไม่สะดวกเลยล่ะครับ

Auschwitz concentration camp

 

สำหรับเชลยที่สามารถใช้เป็นแรงงานได้ จะถูกนำไปเป็นแรงงาน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนแร้นแค้น ไม่แพ้ในค่าย Auschwits I แต่ที่นี่น่าจะหนาวกว่ามากเพราะเป็นเรือนไม้ที่เปิดโล่งบางส่วน

Auschwitz concentration camp

 

ไกด์เล่าให้ฟังว่าสถานที่นัดพบกันของเชลยที่ปลอดภัยที่สุด คือ ห้องน้ำ ซึ่งแสนจะแออัดและไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย แต่ก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดเพราะปลอดจากทหารนาซี (หลุมที่เห็นในภาพ คือ ส้วมสำหรับถ่ายหนัก ซึ่งต้องรีบถ่ายเพื่อรีบไปทำงานในตอนเช้า)

Auschwitz concentration camp

 

แต่ละช่วงแต่ละตอนในการบรรยายของไกด์สร้างความสลดใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมได้เสมอ สิ่งปลูกสร้างและอาคารเก่าๆ ที่เห็น ถ้าไม่มีข้อมูลใดๆ มาประกอบก็ดูไม่ต่างอะไรจากอาคารร้าง ไร้ความทรงจำ แต่ด้วยข้อมูลที่ได้รับมันเกินกว่าจินตนาการที่จะไปถึงได้ถึงความโหดร้ายที่มนุษย์ได้กระทำต่อกัน

ผมถามตัวเองหลังการเยี่ยมชมค่ายกักกันนรกเสร็จสิ้นลง ว่า "ทำไมผมและคนอื่นๆ อีกหลายล้านคนทั่วโลกต้องมารับรู้ประสบการณ์อันแสนโหดร้ายเหล่านี้ด้วย" ถ้าจะถามว่า "จำเป็นมั๊ย" ผมอาจจะตอบได้เกือบทันทีว่า "ไม่" แต่แล้วก็หวนนึกถึงข้อความหนึ่งระหว่างเดินชมค่ายกักกันนรก ทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของการระลึกถึงอดีตอันแสนโหดร้าย

ครับ...การตอบคำถามถึงความ "จำเป็น" ที่จะรับรู้ประสบการณ์อันแสนโหดร้ายได้เปลี่ยนไป เมื่อผมหวนนึกถึงข้อความที่ว่า "The one who does not remember history is bound to live through it again" 

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 พฤษภาคม 2555 22:38 แก้ไข: 10 พฤษภาคม 2555 23:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เคยคิดเหมือนกันนะคะว่าเราจะรับรู้เรื่องราวร้ายๆในอดีตกันไปทำไม แต่พอคิดอีกทีก็เห็นจริงว่า ความรู้ช่วยให้เกิดความคิดที่จะช่วยกันทำให้เรื่องร้ายๆไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก 

คนเราเรียนรู้เรื่องในอดีต เพื่อที่จะได้ไม่ผิดพลาดเหมอเมื่อครี่งมราที่เกิดขึ้น

Ico48
อัจฉราภรฌ์สุพิมพ์ [IP: 223.206.16.76]
06 กันยายน 2555 18:49
#80290

bhnuhn bk nmbiu jbk m bi ubik mb, mblv ibo0 kb mbj hlm,k nhbkmnjkhkmjkhjknmbhjb,mn,m,mkmj,m,mjn bvgbn nm,l.kl.,llmikm,muhbhjbhgyghjbkjkmkjnuijhjkbfytgjkhkybghuibtgj

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.188.251
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ