นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1522
ความเห็น: 4

ค่ายสุดท้าย

"ค่ายสร้างหนอนหนังสือ" เป็นค่ายสุดท้ายสำหรับปีการศึกษานี้ นั้นหมายถึงเป็นค่ายสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปี 4 รวมทั้ง เป็นค่ายสุดท้ายของคณะกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษาชุดเก่า ก่อนจะส่งมอบชมรมให้กรรมการรุ่นใหม่ในปีการศึกษา 2556 ของชมรมสอนเด็ก

"ค่ายสร้างหนอนหนังสือ" เป็นค่ายที่ใช้ชื่อนี้เป็นครั้งแรก ก่อนนั้นจัดเป็น "ค่ายห้องสมุดเคลื่อนที่"  ที่ไปช่วยปรับปรุงห้องสมุดให้โรงเรียนต่างๆ

เหตุที่เปลี่ยนเป็นค่ายสร้างหนอนหนังสือ ด้วยนักศึกษาที่เป็นผ.อ. ค่ายต้องการจะให้ค่ายนี้ได้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ให้แก่เด็กๆ ควบคู่กับการปรับปรุงห้องสมุด

การมีห้องสมุดที่ดี ไม่ได้หมายความว่าจะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านได้ดี เท่ากับการกระตุ้น ฝึกฝนด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่พี่ๆ นักศึกษาช่วยกันคิดเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กๆ


เด็กๆ และพี่นักศึกษา หยิบหนังสือที่ชอบมานั่งอ่านยามว่าง เงียบๆ อย่างมีสมาธิ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้นในค่ายนี้เป็นครั้งแรก


รู้สึกชื่นชมนักศึกษา ที่ปรับเปลี่ยนค่ายห้องสมุดเป็นค่ายส่งเสริมการอ่านได้อย่างแยบยล

กิจกรรมเอกเขนก เป็นอีกกิจกรรมฐาน ที่ปล่อยให้เด็กๆ อ่านหนังสืออย่างเสรี เงียบๆ เพื่อฝึกให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างสั้นๆ อ่านหนังสือนอกเวลาเป็นอาหารสมอง

เราสังเกตเห็น เด็กชายตัวใหญ่สุดเรียนชั้น ป.6 และเพื่อนอีก 2 คน เปิดหนังสือผ่านไปทีละหน้าๆ อย่างรวดเร็ว มือเปิดหนังสือ แต่ปากและตาพูดคุยกัน ทำท่าไม่สนใจ ไม่อยากจะอ่าน เปิดหนังสือกลับไปกลับมาโดยไม่ปรายตามองหนังสือสักนิด แววตา รอยยิ้มเย้ยหยันเหมือนเด็กดื้อเกเร ที่ไม่สนใจฟังคำสั่ง


"อ่านจบแล้วยัง" พี่นักศึกษาถามน้องๆ ทั้งห้อง "จบแล้วครับ(คะ)" เป็นเสียงตอบรับจากเด็กทั้งห้อง รวมทั้งเด็กชายตัวโตสุดที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือแม้เพียงหน้าเดียว  ด้วยความสงสัยคิดว่าเด็กดื้อรั้น จึงตั้งใจจะปรามไม่ให้ทำนิสัยแบบนี้ "ครูยังไม่เห็นหนูอ่านหนังสือเลย ทำไมตอบว่าอ่านจบแล้วล่ะ" เราถามด้วยสายตาเอาเรื่องเด็ก  "เค้าอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ" เป็นเสียงตอบจากเพื่อนร่วมห้อง

สิ้นเสียงตอบ เราเหมือนหัวใจจะสลาย แทบสิ้นเรี่ยวแรง เด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวคนเล็กของเราอ่านหนังสือไม่ออก เป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดว่าเด็กชั้น ป.6 จะอ่านหนังสือไม่ออก

เรารีบเดินไปจูงเด็กชายตัวโต มานั่งนอกวง ให้น้องอ่านนิทานเล่มเดิมทีละคำ ๆ เด็กชายสะกดแม้คำง่ายๆ สระ หรือพยัญชนะก็ไม่ได้ เรารู้ว่าในหัวใจน้องคงปวดร้าวยิ่งกว่าเรา เราพยายามลูบหัว ลูบหลังปลอบใจ ไม่ให้น้องรู้สึกอับอายใครๆ "เก่งมากค่ะ" "ดีมากค่ะ" เป็นเสียงชมเพื่อให้กำลังใจ เสียงบอกหมดเวลาฐาน น้องๆ ต้องเปลี่ยนไปทำกิจกรรมในฐานอื่น เวลามีน้อยเหลือเกิน เรายังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้น้องอ่านออกได้ในเวลาอันแสนสั้นนี้ 

น้องถูกทิ้งให้อ่านหนังสือไม่ออกจนมาถึงชั้น ป.6 ได้อย่างไร



12 ปีที่บากบั่นทำค่ายสอนเด็ก  อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริงของชุมชนได้แลย เป็นเพียงแค่สายลมพัดผ่าน ที่ไม่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรได้อย่างจริงจัง

แววตาคู่นั้นเหมือนทำให้เราติดค้าง น้องไม่ได้ดื้อรั้น อวดดี ไม่สนใจฟัง เป็นเพียงเด็กว้าเหว่ เปลี่ยวเหงา ที่ถูกทอดทิ้งให้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เพียงลำพัง

ไม่รู้จะโทษใคร   ครอบครัว   โรงเรียน  ตัวเด็ก  สังคม  หรือตัวเราเอง

เราพยายามจะเปลี่ยน หยัดยืนที่จะเปลี่ยน แต่ถ้าไม่มีใครยอมเปลี่ยน แล้วเราจะเปลี่ยนอะไรเพียงลำพังได้อย่างไรกัน

หมวดหมู่บันทึก: กิจการนักศึกษา - การดูแลนักศึกษา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 มกราคม 2556 00:03 แก้ไข: 10 มกราคม 2556 10:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

โลกนี้กว้างใหญ่กว่าที่เราคิด

และเราก็ไม่ได้ออกแรงผลักให้โลกหมุน

เราไม่อาจผลักให้โลกหมุนไปในทิศทางที่เราต้องการ เร็วกว่า หรือช้ากว่าก็ไม่ได้เช่นกัน

เราเพียงลำพังอาจจะผลักเกวียนเล่มใหญ่ให้เคลื่อนที่ได้ แต่อาจจะไม่เคลื่อนที่ไปไกลจากจุดเดิมมากนัก

หากเพียงมีคนช่วยผลักอีกแรง เกวียนเล่มใหญ่เขยื้อนเคลื่อนเร็วกว่าเดิม ไกลกว่าเดิม

เราไม่อาจผลักดันเกวียนใหญ่แต่ลำพัง

เรามิได้ผลักดันเกวียนใหญ่แต่เพียงลำพัง

โลกนี้ไม่ได้มีเกวียนเล่มใหญ่เพียงเล่มเดียว

เกวียนทุกเล่มมิอาจถูกผลักโดยเราเพียงคนเดียว

โลกนี้เป็นไฉน???

โลกนี้หมุนตามแรงดึง แรงผลัก แรงดูด

โลกนี้เป็นเช่นนั้นเอง

เราเอง

นึกไมออก บอกไม่่ถูก กับแนวทางที่ว่่าจะมุ่งสู่ อาเซี่ยนอย่างไร

ภาษาไม่ต้องถามหา นี้และการศึกษา แบบ ไทๆ

อ่านบันทึกพี่ปอทีไร ต้อง Log in เพื่อเข้ามามอบดอกไม้ สะอึกตรงที่

ด้วยความสงสัยคิดว่าเด็กดื้อรั้น จึงตั้งใจจะปรามไม่ให้ทำนิสัยแบบนี้ "ครูยังไม่เห็นหนูอ่านหนังสือเลย ทำไมตอบว่าอ่านจบแล้วล่ะ" เราถามด้วยสายตาเอาเรื่องเด็ก "เค้าอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ" เป็นเสียงตอบจากเพื่อนร่วมห้อง

บันทึกนี้สะท้อนให้เห็นสังคมอีกด้านหนึ่งได้ดีจริงๆ ค่ะ

 

เคยคิดว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่พร้อม ซึ้งตัวเองก็ไม่รู้ว่าเวลา่นั้นคือเมื่อไหร่

จะทำสิ่งที่ดีคืนโลกนี้บ้าง อยากทำโน่น นั่น นี่ เต็มไปหมด

สุดท้าย ก็จบแค่คำว่ายังไม่พร้อม

โดยลืมไปว่า ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ แค่สอนหลานให้อ่านหนังสือออก

เป็นเด็กดี ของสังคม ก็คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ตอนนี้ให้กำลัง คนใจดี ทำค่ายไปก่อนนะคะ

มีเวลาคงได้ไปร่วมแจมบ้าง....

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.213.192.104
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ