นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2366
ความเห็น: 4

การพัฒนาแบบก้าวตามอย่าง

แต่ยังน่าจะสงสัยอยู่ว่า ความเป็นเลิศนั้น สามารถเรียนรู้หรือถ่ายทอดกันได้จริงๆ หรือ

คุณมีมั๊ยครับ บุคคลที่คุณนำมาเป็นแบบอย่างในการพัฒนา บุคคลประเภทที่คุณปฏิญาณว่า คอยดูนะ สักวันหนึ่ง จะต้องเป็นอย่างนั้นให้ได้เลย

---------------------------------------------

 

ในทางการบริหารจัดการ แนวทางการพัฒนาตนเอง/องค์กรโดยการเทียบเคียงและเรียนรู้สมรรถนะกับผู้ที่เป็นเลิศ คือ Benchmarking (สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ )

สิ่งสำคัญในการพัฒนาองค์กรตามแนวทาง Benchmarking นั้น  นอกจากเราต้องเข้าใจตัวเองว่าเราต้องการจะพัฒนาอะไรแล้วนั้น  เราต้องค้นให้เจอองค์กรหรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ที่เราจะสามารถศึกษาเรียนรู้เพื่อใช้เป็นแนวทางไปการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จเหมือนองค์กรที่เป็นแบบให้เราเทียบเคียงสมรรถนะเรียนรู้นะครับ ไม่ใช่ลอกเลียนแบบ

 

ถ้ามองกันโดยไม่คิดอะไรมาก ก็จะพบว่า Benchmarking น่าจะเป็นเครื่องมือการจัดการที่สามารถนำมาใช้พัฒนาองค์กรได้ดี เพราะ สิ่งที่เราต้องการ คือ การพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นชั้นเลิศ ดังนั้น ถ้าเราเรียนรู้จากองค์กรซึ่งมีการดำเนินงานเป็นเลิศ ก็น่าจะสรุปได้ว่า เราได้เรียนรู้จากแบบอย่างที่ดีที่สุด

 

แต่ถ้าจะเลือกมองอีกด้านหนึ่ง จะพบว่า การที่เราเลือกที่จะไปเทียบเคียงและเรียนรู้กับองค์กรใดๆ นั่นหมายความว่า เราเชื่อในความสามารถขององค์กรนั้นๆ  และเชื่อว่าความเป็นเลิศนั้นสามารถเรียนรู้และปรับใช้ได้จริงๆ ไม่ว่าในบริบทที่แตกต่างกันเพียงใด

 

แต่ยังน่าจะสงสัยอยู่ว่า ความเป็นเลิศนั้น สามารถเรียนรู้หรือถ่ายทอดกันได้จริงๆ หรือ และตัวแปรอื่นๆ เช่น วัฒนธรรมหรือบริบทขององค์กรที่แตกต่างกัน จะมีผลทำให้การประยุกต์ใช้ความรู้ ได้ผลเลิศอย่างที่ต้องการได้หรือไม่

 

บางองค์กรอาจจะไม่เชื่อใน Benchmarking โดยเฉพาะแนวทางการ Benchmark กับองค์กรภายนอก 

เหตุผล คือ ความเชื่อในศักยภาพภายในขององค์กร ซึ่งความเชื่อดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า จะไม่รับนวัตกรรมใดๆ จากภายนอก แต่เชื่อว่า คำตอบ อยู่ในองค์กรเรานี่เอง และนอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่ว่า แนวทางในการพัฒนาองค์กร โดยการเรียนรู้และเทียบเคียงสมรรถนะนั้นเป็นการก้าวตามอย่าง ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ด้วยศักยภาพและบริบทที่แตกต่าง ดังนั้น จุดสูงสุดที่องค์กรสามารถไปถึงได้นั้น จึงน่าจะเพียงแค่เป็นผู้ตามชั้นดีเท่านั้น

 

ครับไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความเชื่อใด แต่ เครื่องมือทางการจัดการ ก็คือ เครื่องมือ ซึ่งถ้าใช้อย่างเหมาะสมและถูกวิธีก็น่าจะเอื้อประโยชน์อย่างมากมายให้กับผู้ใช้

 

สร้าง: 21 พฤศจิกายน 2550 17:47 แก้ไข: 21 พฤศจิกายน 2550 17:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ทฤษฎีการจัดการนี้น่าสนใจนะครับ ยกตัวอย่างโจทย์ข้อหนึ่งที่ผมอยากทำ คือ อยากให้คนในองค์กรคิดว่าคำตอบหรือทางออกไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่มีได้หลายคำตอบ ที่เราจะต้องเลือกให้เหมาะสม ยังไม่ค่อยจะได้ผลเลยครับ คนมักคิดหาคำตอบแบบถูก/ ผิดอยู่เสมอ หรือการปกครองต้องผสมผสานกันหลายวิธี บางครั้งเผด็จการได้ผลดี บางครั้งต้องประชาธิปไตย ก็ยังไม่รู้ว่าจะปฏิบัติให้ได้ผลอย่างไรดีเลยครับ

ดิฉันคิดว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานมีประเด็นต้องพิจารณาที่สำคัญมากคือ การมองตัวเองค่ะ หลายแห่งคิดว่าจะต้อง benchmark กับคนอื่น แต่ลืมมองตัวเองว่าเป็นอย่างไร หรือต้องทำควบคู่กันไป (ไม่ทราบได้)  อาจารย์มองเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ?

......................บางครั้งเผด็จการได้ผลดี บางครั้งต้องประชาธิปไตย...............เห็นด้วยค่ะ คุณคนธรรมดา

สวัสดีค่ะ

สายฝนว่าการบริหารจัดการในองค์กรนั้น ถ้าหน่วยงานใดใช้ระบบบริหารการจัดการแบบระบบครอบครัวมากเกินไปก็ไม่ดีนะ ก็คือ การเข้าไปถึงความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาทุก ๆ คนนั้นไม่ดีนะค่ะ  เพราะจะกระทบกับการทำงานในหน่วยงานของส่วนรวม  และจะกระทบต่อบุคคลอื่นๆ ที่เค้าพร้อมที่จะทำงานให้กับองค์กรและส่วนรวม เสียสละให้กับองค์กร และผู้บังคับบัญชาบางท่านมัวแต่ไปมอง และเข้าถึงความรู้สึกผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นระบบครอบครัวมากจนเกินไป  (รู้ว่าทำแบบนั้นแล้วผู้ใต้บังคับบัญชารัก) แต่ผลเสียจะเกิดกับส่วนรวมนะค่ะ (สายฝนว่า) ถ้ามีระบบแบบนี้นานๆ องค์กรจะเป็นเลิศได้อย่างไรค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.254.197
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ