นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1678
ความเห็น: 0

งานบริการวิชาการ เรื่องเล็กๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม

      เมื่อวันที่ 19-20 มี.ค.55 มีโอกาสได้เดินทางไปงานสัมมนา โครงการ สัปดาห์บริการวิชาการ ที่ ม.บูรพา จังหวัดชลบุรี กับหัวหน้า ซุกรี และ อาจารย์สุธา

 

     ซึ่งนอกจากอาหารทะเลริมหาดบางแสนที่แสนอร่อย และของฝากน่าทานในตลาดหนองมนแล้ว งานนี้มีอะไรดีๆ กว่าที่คิดครับ

 

     งานนี้มีสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง ม.สงขลานครินทร์ และหน่วยงานบริการวิชาการจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นมา เพื่อหารือ พูดคุยในเครือข่ายบริการวิชาการ ซึ่งปีนี้เป้นหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนครับ

 

      ผมเองในฐานะผู้ปฏิบัติในงานบริการวิชาการ จึงได้เข้ากลุ่ม workshop "แนวทางการเตรียมความพร้อม และการดำเนินงาน ของหัวหน้างานบริการวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา สำหรับประชาคมอาเซียน" โดยมี ดร.นวศิษฎ์ รักษ์บำรุง หรือ อาจารย์อาร์ท รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ ฝ่ายวิชาการ ม.บูรพา ซึ่งเป็นศิษย์เก่า มอ.ปัตตานี เป็นผู้นำการเสวนา

 

   โดยเครือข่ายในการเสาวนาในวันนั้นมีหลายมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอิสาน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏธัญบุรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเนชั่นลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยพายัพเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดร มหาวิทยาลัยราชภัฏแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น

 

     จากการเสาวนาเกือบ 1 วัน ทำให้เราสรุปลักษณะงานบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยภายในประเทศไทยไว้ ประมาณ นี้ครับ



- งานส่วนใหญ่เป็นการทำงานแบบ Project-based โดยมีการบริหารจัดการตามงบประมาณที่มีของแต่ละโครงการ มีการแต่งตั้งคณะทำงาน และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละโครงการ


- บทบาทในการประสานงานนำทรัพยากรในมหาวิทยาลัยเช่น องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของอาจารย์ เทคโนโลยี งบประมาณ ฯลฯ มาบริการวิชาการแก่ชุมชน
หรือบางครั้งเชิญวิทยากรจากภายนอกองค์กรหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างในสังคม
มาให้ความรู้ตามความต้องการของหน่วยงานหรือชุมชน


-การบริการวิชาการมี 2 ลักษณะ 1) แบบที่ต้องหารายได้โดยการจัดอบรม
หรือ วิจัย ตามความต้องการของหน่วยงาน หรือชุมชน 2) แบบที่ไม่หวังผลกำไร
เป็นการให้เปล่า   โดยบริการวิชาการแก่ชุมชนตามความลักษณะปัญหาและความต้องการของชุมชน หรืออาจจะเป็นการให้ทุนวิจัย ทุนการศึกษา ทุนในการพัฒนากิจกรรมของชุมชน



- การบริการวิชาการของหน่วยงานมีความหลากหลายและมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน
เช่น บางหน่วยงานมีจุดเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการเกษตร
ด้านการพัฒนาชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ด้านการศึกษาพิเศษ (ผู้พิการ) ด้านสังคมและวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างด้านภาษา ด้านการผลิตสื่อและรายการวิทยุเพื่อบริการชุมชน การวิจัย การพัฒนาชุมชนโดยการทำงานบูรณาการกับชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น และโครงการตามแนวพระราชดำริ

 


-โครงสร้างการทำงานของหน่วยงานก็มีความแตกต่างกันไป มีทั้งหน่วยงานที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง บางหน่วยงานมีพนักงานปฏิบัติงานอยู่คนเดียว บางหน่วยงานยังไม่มีการแต่งตั้งหน่วยงานและบุคลากรที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ในขณะที่บางหน่วยงานมีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน มีบุคลากร มีงบประมาณ และมีฐานะเทียบเท่าคณะ



- สำหรับงานที่ต้องหารายได้เลี้ยงตนเอง แหล่งรายได้มาจากการจัดทำหลักสูตรในการฝึกอบรม การหาแหล่งทุนในการบริการวิชาการและการทำวิจัย

 

-มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันในเรื่องงบประมาณสนับสนุน บางมหาวิทยาลัยมีงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเอง หรือได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก ในจำนวนมาก เป็น 10 ล้านบาท มีกองทุนสำหรับการทำวิจัยหรือบริการวิชาการอย่างชัดเจน ในขณะที่บางหน่วยงานขาดแคลนงบประมาณไม่มีแม้กระทั่งงบประมาณในการเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารว่างผู้เข้าอบรม



- การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนงบประมาณมีหลายรูปแบบ เช่น การแสวงหาเจ้าภาพรวมทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาท้องถิ่น



- ความแตกต่างทางด้านงบประมาณส่งผลต่อการจัดสรรอัตรากำลังในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก ทั้งในด้านจำนวนบุคลากร ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำวิจัยหรือบริการวิชาการ ส่งผลสืบเนื่องต่อภาระงานของบุคลากรบางหน่วยงานมีมากเกินไป



- การพัฒนาในพื้นที่ชุมชน ชาวบ้านบางส่วนไม่ค่อยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่ให้ความสำคัญ เห็นว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลา และทำให้สูญเสียรายได้



- มีปัญหาการขาดแคลนบุคากรเกิดความไม่สมดุลระหว่างปริมาณงานกับจำนวนบุคลากร ทำให้บางครั้งงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร



- บางแห่งออกนอกระบบแต่ยังอิงระบบราชการ ซึ่งมีขั้นตอน ระเบียบข้อบังคับที่บางครั้งเป็นอุปสรรคในการทำงาน



- บางหน่วยงานมีปัญหามีลักษณะการบริการวิชาการและการวิจัยที่คณะต่างๆสามารถทำได้บางครั้งเกิดการแย่งงานกัน ในขณะที่บางมหาวิทยาลัยไม่มีปัญหาเนื่องจากมีจุดเน้นในลักษณะโครงการที่ต้องมีการบูรณาการจากหลายหน่วยงาน
ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายคณะหรือสหวิทยาการ ซึ่งทำให้งานไม่มีความซ้ำซ้อนกับคณะที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

 

       แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ งานบริการวิชาการทุกแห่งจึง มุ่งทำประโยชน์ต่อสังคม บูรณาการความรู้ภายในองค์กร และอาจจำเป็นต้องหารายได้เพื่อนำเข้ามาเป็นฐานกำลังในการทำงานเพื่อสังคมต่อไปครับ  

 

   เช้านี้ฝากไว้เท่านี้ก่อนครับ

 

       เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

 

created: 29 March 2012 09:57 Modified: 29 March 2012 10:14 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 ServiceMan and Ico24 คนธรรมดา.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.252.156
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ