นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2067
ความเห็น: 2

แนวทางการเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานบริการวิชาการ สำหรับประชาคมอาเซียน

     เมื่อวานได้ดูสารคดีท่องเที่ยวเรื่องหนึ่งในทีวีช่องไทยบีพีเอส "ทีวีช่องคุณภาพช่องหนึ่งของเมืองไทย" รายการเกี่ยวกับอาเซียน โดยพิธีกรได้นำผู้ชมไปท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากมายเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของอาเซียน และที่สำคัญ ไทยเราได้เปรียบดุลการค้ากับอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก สังเกตง่ายๆ เวลาเข้าไปซื้อของในห้าง หรือซุปเปอร์ในอินโดนีเซีย จะมีของกิน ของใช้ที่เป็นแบรนด์ Thailand เต็มไปหมด ตั้งแต่กระทะ หม้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงน้ำพริก และมาม่า

 

     ส่วนของมีชื่อเสียงที่คนไทยต้องนำเข้าจากอินโดนีเซียผมไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ที่เคยซื้อ เคยใช้ด้วยตัวเอง ก็คงมีเพียง "กีต้าร์โปร่ง" ยี่ห้อ ยามาฮ่า ราคาสามพันกว่าบาท ที่เป็นของขวัญราคาแพงที่ให้กับตัวเองตอนเรียนจบ ป.โท ซึ่งต้องยอมรับจริงๆ ว่าเสียงเพราะและคุณภาพดีจริงๆ แม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ต่ำที่สุดของยี่ห้อนี้แล้วก็ตาม

 

     มาถึงย่อหน้าที่ 4 แล้ว และจากที่ผมยกตัวอย่างข้างต้น ผู้อ่านคงเห็นแล้วว่าประเทศในอาเซียนนั้นมีความเกี่ยวเนื่อง ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ (ย่อที่ 3 ผมลบออกไปแล้ว)

 

    ทั้งที่อยากเกี่ยวพัน และไม่อยากเกี่ยวกัน อย่างเช่น เรื่องยาเสพติดที่ส่งกันข้ามแดนอย่างไม่ถูกกฏหมาย แต่ทำกันอย่างตั้งอกตั้งใจเสียเหลือเกิน

 

   .......

 

     กลับมาเรื่องงานบริการวิชาการของเราดีกว่าครับ ว่าเราจะมี "แนวทางการเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานบริการวิชาการ สำหรับประชาคมอาเซียน" กันอย่างไร

 

     ต้องท้าวความกลับไปเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค.55 ที่ตนเองได้ไปงานสัมมนา โครงการ สัปดาห์บริการวิชาการ ที่ ม.บูรพา จังหวัดชลบุรี กับหัวหน้า ซุกรี และ อาจารย์สุธา ดังที่ได้กล่าวเบื้องต้นไว้ในบันทึกที่แล้ว เรื่อง"งานบริการวิชาการ เรื่องเล็กๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม" (เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

 

     มาถึงวันนี้ ก็อยากเขียนต่ออีกสักหน่อย ก็เพราะเรื่องประเทศอินโดนีเซียที่เพิ่งดูเมื่อคืน ดังที่เกริ่นนำไปแล้วนั้น ว่าปัญหาของงานบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยของเราเป็นอย่างไร และแนวทางสู่การทำงานในระดับอาเซียน เราต้องเริ่มจากไหน และจะไปในทิศทางใดดี

 

    สำหรับปัญหาพื้นฐานของเรา คงเป็นเรื่องที่เราต้องรู้ก่อนจะออกไปทำงานภายนอก ลองดุนะครับ ว่ามีอะไรบ้าง

 

- ปัญหาการรั่วไหลของเงินงบประมาณ บางครั้งมีโครงการที่คณะสามารถทำเองได้ มีทรัพยากรและความพร้อมในการบริการวิชาการ บางครั้งคณะทำเองโดยไม่นำเงินส่งเงินเข้ามหาวิทยาลัย ในขณะที่หน่วยงานหรือสำนักบริการวิชาการมีข้อบังคับที่ชัดเจนให้หักเงินมหาวิทยาลัย


งบประมาณน้อย ล่าช้า มีปัญหาเรื่องรายได้



- ตามระเบียบข้อบังคับค่าใช้จ่ายของวิทยากรที่ให้มาน้อยเกินจริง



- การบริหารจัดการต้องทำภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุม เช่น ปัญหาการเมืองภายในหน่วยงายหรือมหาวิทยาลัย ปัญหาภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อปริมาณงานและข้อจำกัดในด้านสถานที่ ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณโครงการ การโยกย้ายหมวด



- ปริมาณงาน มากกว่าจำนวนบุคลากร ทำให้คุณภาพงานออกมาไม่ดี



- การติดต่อประสานงานระหว่างชุมชน การทำงานของบางหน่วยงานจะต้องทำงานภายใต้สภาวการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น การทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนในภาคใต้
ซึ่งต้องเสี่ยงอันตราย และมีปัญหาในการลงพื้นที่ ในวัฒนธรรมที่มีความแตกต่าง
และปัญหาท้องถิ่นที่รุนแรง


- ปัญหาด้านโครงสร้าง เช่น ไม่มีหน่วยงานบริการวิชาการที่ชัดเจน ผู้บังคับบัญชามากเกินไป ปัญหาการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการจากมหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัยยังไม่มอบอำนาจการตัดสินใจและสิทธิ์ในการบริหารจัดการโครงการ อย่างเต็มที่ กฎระเบียบไม่เอื้ออำนวยต่องาน



- จำนวนโครงการแยกย่อยมากเกินไป



- ปัญหาด้านสังคมและวัฒนธรรมภายในองค์กร เช่น ช่องว่างระหว่างวัย บางครั้งเป็นอุปสรรคในการสื่อสารและการประสานงานภายในองค์กร

 

    สำหรับปัญหาเบื้องต้นนี้ ใครเห็นด้วยกับปัญหาข้างต้นบ้าง...ยกมือขึ้น หรือจะเพิ่มเติม ก็ช่วยได้ข้างล่างครับ แต่หากไม่ลำบาก ก็ขอให้อ่านแนวทางต่อไปนี้ให้จบก่อนนะครับ

 

     สำหรับแนวทางการเข้าสู่อาเซียนของเราที่เราได้รวมหัว และสรุปออกมาได้ คือ

 

- เตรียมความพร้อมของบุคลากรศูนย์ภาษาสู่อาเซียน



เพิ่มหลักสูตรอาเซียนศึกษา ให้เรียนวิชาเกี่ยวกับอาเซียน และประเทศเพื่อนบ้าน เป็นวิชาบังคับกันไปเลย



- สื่อวิทยุภาษายาวี มีสถานีที่เป็น 2 ภาษา รวมถึงภาษาอื่นด้วย เช่น ภาษาลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย

- ให้นักศึกษามีค่ายบริการชุมชนอาเซียน



- สร้างศูนย์อิสลามศึกษา



- ให้ความสำคัญและพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้



- กำหนดภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน เป็นวิชาเลือก และภาษาบังคับตามมหาวิทยาลัยที่ตั้ง (Based on Location)



- จัดกิจกรรมวิชาอาเซียนศึกษา


- ส่งเสริมความรู้พื้นฐานอาเซียนสำหรับครู



- ทำความร่วมมือกับประเทศจีน เวียดนาม ลาว มาเลเซีย  ฯลฯ



- พัฒนาบุคลากร นักศึกษา และผู้บริหารรุ่นใหม่ ทั้งด้านภาษา ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศในอาเซียน

 


- จัดองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน ศึกษาดูงาน หาความต้องการของชุมชน



- ผลิตบัณฑิตเพื่อรองรับการแข่งขัน ทั้ง 7 อาชีพ



- มีการสอบภาษาอังกฤษก่อนจบการศึกษา โดยหากสอบไม่ผ่านต้องมีการอบรม



- มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอนุบาลโดยวิธีธรรมชาติ

 

       นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เวทีเสาวนาเราพอคิดออกมาได้ หากใครสนใจนำไปใช้ก็ยินดีครับ และหากใครต้องเสนอเพิ่มเติม ก็บอกมาได้เลยครับ เพื่อชุมชน สังคม และความสุขของพวกเราในประชาคมอาเซียนครับ

 

    นอกจากนี้ เมื่อเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ผมอาจได้ซื้อกีต้าร์ตัวใหม่ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่ถูกลง ก็เป็นได้ครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

 

 (ปิดท้ายด้วยภาพ โครงการ ชุมชนประมงต้นแบบนำร่อง งานบริการวิชาการหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เราภาคภูมิใจ)

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 เมษายน 2555 14:56 แก้ไข: 03 เมษายน 2555 15:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ServiceMan, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมรู้มาว่า คนไทยเราก็เข้าไปทำงานในประเทศอาเซียนอยู่แล้วโดยพฤตินัย การเปิดเสรีอาเซียนอาจทำให้การไปมาหาสู่สะดวกขึ้น แต่คงอีกหลายปีกว่าจะมีการโยกย้ายฐานแรงงาน

คนไทยไปมาเลเซีย สิงค์โปร์

 

คนลาว พม่า กัมพูชา มาไทย

 

ซึ่ง 7 อาชีพแรก ที่ไปทำงานได้ทั่ว ก็มีวิศวกร ด้วยใช่ไหมครับ

 

คิดว่าคุณคนธรรมดาคงไม่ได้โยกย้ายแรงงานไปกับเขาด้วยนะครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ