นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1746
ความเห็น: 3

ใบท่อม or ขี้วัว or อาเซียน or ใบปริญญา: อะไรคือปัญหาและความต้องการของชุมชนรอบ ม.อ.ปัตตานี ??

    ช่วงนี้ตนเองกำลังรวบรวมหลักฐาน SAR ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนรับการประเมินในเดือนหน้านี้ ทำให้ได้กลับมาอ่านสรุปผลกิจกรรมเสวนาเรื่อง “คณะวทท. กับ ความคาดหวังของชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2555” ที่เราจัดไปเมื่อช่วงต้นปี ณ ห้องประชุม 1 อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ เราจัดงานแบบนี้ขึ้นมา (หรือไม่ก็เคยจัดมานานมากแล้ว จนจำไม่ได้)

 

   วันนี้เลยอยากนำกลับมาเล่าสู่กันฟัง (อ่าน) ว่าแท้จริงแล้ว ชุมชนรอบ ม.อ. เค้าคิดอะไรกับเราบ้าง

 

ขอเล่าที่มาก่อนครับ

 

    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กำหนดจัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “คณะวทท. กับ ความคาดหวังของชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2555” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านความคาดหวังของสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยเฉพาะเรื่องปัญหาภายในสังคมและแนวทางที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถดำเนินการได้ภายใต้งานบริการวิชาการของคณะฯ ต่อไปในอนาคต

 

       ทั้งนี้คณะฯ ได้เรียนเชิญตัวแทนและผู้นำชุมชนในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์ และเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเข้าร่วมเสวนาฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และค้นหาความต้องการของชุมชนที่มีต่อคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมและประเด็นสรุปจากการเสวนามีดังนี้

 

ผู้เข้าร่วมเสวนา

  1. รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและกิจการพิเศษ       ตัวแทนจากคณะวทท.
  2. รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา                             ตัวแทนจากคณะวทท.
  3. รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ             ตัวแทนจากคณะวทท.
  4. นายกัปตัน เศรษฐธารา                                        เกษตรกรจังหวัดปัตตานี
  5. นายเทอดศักดิ์ รัญจวน                                        สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
  6. นายสุนันท์ หลีเจริญ                                            หน. กลุ่มงานบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง
  7. นายอดุล หวันสกุล                                              ผู้จัดการ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์
  8. นายอิลยาส ดือราโอ๊ะ                                          สำนักงานเจ้าท่า
  9. นายดุลยมาน อัลมุมีนีน                                       (ไม่ระบุหน่วยงาน)
  10. นางอุไรวรรณ สัมพันธารักษ์                                  ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดปัตตานี
  11. นายอนันต์ สัตกุลพิบูลย์                                       นักกฎหมาย
  12. นายรอมัตต์ วาเลาะ                                            อดีตนักศึกษา วท.บ. คณะวทท.
  13. นายเจะรัสมุลเลาะห์ เจะมามะ                             ผู้อำนวยการ รร.บ้านรูสะมิแล
  14. นายอาหมาน หมัดเจริญ                                      (ไม่ระบุหน่วยงาน)
  15. นายอารียา อิแอ                                                  กรมที่ดิน

 

สรุปประเด็นการเสวนา ดังนี้

การสะท้อนภาพคณะวทท. และ ม.อ. ปัตตานี

  1. คณะวทท. มีบุคลากร อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่สามารถให้ความรู้และร่วมพัฒนาชุมชนได้ ทั้งนี้ชุมชนเองก็ต้องการให้คณะวทท. หรือ ม.อ. เองพัฒนาชุมชนตามศักยภาพของชุมชน ทั้งภาคเกษตร ยางพารา ประมง เพื่อพัฒนาให้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะวิถีชาวมุสลิม
  2. คณะวทท. หรือ ม.อ. ควรสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้านให้มากขึ้น เพราะชาวบ้านรู้สึกห่างไกล และไม่สนิทใจกับ ม.อ. เท่าที่ควร
  3. คณะวทท. และ ม.อ. ต้องเป็นแกนหลักและเป็นแหล่งของการแสวงหาความรู้ของชุมชน เพราะชาวบ้านมีความรู้น้อยและขาดทิศทาง โดย ม.อ.ต้องเป็นผู้ลงไปหาชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าที่เดินมาหาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ดังนั้นการที่ ม.อ. เข้าหาชุมชนก่อนจะเป็นการลดช่องว่างระหว่างกันและจะสามารถค้นความต้องการที่แท้จริงของชุมชนได้
  4. นักศึกษาที่มีจำนวนมากควรมีบทบาทในการทำงานบริการวิชาการให้มากขึ้น นอกจากนี้การให้นักศึกษาย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาภายในจังหวัด อาจทำให้มีโอกาสในการเลือกตัวแทนชุมชน ผ่านการเลือกตั้งได้ด้วย
  5. คณะวทท. ต้องดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์และทำงานในพื้นที่ให้มากกว่านี้ เพราะชุมชนรอบมหาวิทยาลัยรู้จักแต่สาขาเด่นๆ เท่านั้น เช่น เทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ ทั้งๆ ที่ คณะวทท. มีสาขาอื่นๆ อีก 10 สาขา

 

สิ่งที่ชุมชนต้องการ 

  1. ควรวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนก่อนและแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชน ก่อนจะกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายและเป็นไปได้ และลงมือทำ ก่อนขยายผลความสำเร็จต่อไป
  2. ควรสร้างศักยภาพของโรงเรียนชุมชน และโรงเรียนสอนศาสนาให้สามารถแข่งขันในระดับอาเซียนได้ในปี 2558
  3. ม.อ. ควรประสานกับ อบต. องค์กรระดับชุมชนในการพัฒนาเรื่องยางพาราให้ครบทุกด้าน รวมทั้งหามาตรการไม่ให้ชาวบ้านบุกรุกป่าเพื่อปลูกยางพารา
  4. ทุนการศึกษา 1 ครอบครัว 1 ปริญญา หรือ 1 ชุมชน 10 ปริญญา โดยให้เรียนที่คณะวทท. ม.อ.ปัตตานี ซึ่งควรให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาเลย
  5. ต้องการความรู้จากคณะวทท. และสกัดลงสู่ชุมชน
  6. บริการห้องประชุมแก่ส่วนราชการหรือส่วนท้องถิ่น
  7. บางครั้งอยากให้ ม.อ. เข้าถึงชาวบ้านโดยตรง โดยไม่ผ่านผู้นำชุมชน
  8. ม.อ. ควรจับมือกับผู้ประกอบการเพื่อร่วมพัฒนาชุมชนและสร้างคนต้นแบบแต่ละชุมชน
  9. “Rusamila Model รูสะมิแลต้นแบบ”

9.1.  หมู่บ้านรูสะมิแลตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย แต่มีปัญหาเรื่องการศึกษาและยาเสพติด เช่น ใบกระท่อมต้มผสมยาแก้ไอ การขาดการศึกษา โดยมีเยาวชนได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีรวมแล้วน้อยกว่า 20 คน ซึ่ง  ม.อ. ต้องเร่งช่วยแก้ไขปัญหาทั้งด้านยาเสพติดและการศึกษา

9.2.  ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขี้วัวบนถนนหมู่บ้าน สายชลประทาน ซึ่ง ม.อ. ควรเข้ามาช่วยเหลือ หาวิธีแก้ไขหรือทำประโยชน์จากขี้วัว

9.3.  ดังนั้นจึงควรพัฒนาหมู่บ้านรูสะมิแลหรือชุมชนรอบมหาวิทยาลัยก่อน ทั้งด้านความรู้และการฝึกปฏิบัติในทุกๆ ด้าน

 

สรุปโจทย์บริการวิชาการจากชุมชน 

  1. การเพิ่มรายได้และความมั่นคงของชุมชน
  2. การพัฒนาการศึกษาให้โรงเรียนสอนศาสนา ไปสู่อาเซียน
  3. การแก้ปัญหาขี้วัวในหมู่บ้านรูสะมิแล
  4. แก้ปัญหาด้านประมง เช่น การเลี้ยงปลาทับทิม กุ้ง หอยแมลงภู่
  5. 1 ครอบครัว 1 ปริญญา
  6. แนวทางการเลี้ยงกุ้งแบบใหม่และยั่งยืน

 

 จากวันนั้นถึงวันนี้ ชุมชนยังคงรอคอบคำตอบจาก คณะวทท. และ ม.อ. ว่าจะสะท้อนสิ่งที่เราได้เริ่มต้นให้ความหวังกับชาวบ้านไปแล้วอย่างไร หรือ จะลงมือทำเมื่อใด

 

   ตนเองยังเชื่อว่าชุมชนยังคงหวังใจกับ ม.อ. ตลอดไปครับ เพื่อให้ใบ'ท่อม หรือ ขี้วัว ได้หายไปจากหมู่บ้าน และปริญญาบัตร หรือ อาเซียน เป็นสิ่งไม่ไกลเกินความจริงของชุมชนที่เรารักครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

"ใจสั่งมา"

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 มิถุนายน 2555 21:56 แก้ไข: 30 มิถุนายน 2555 21:56 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

"คณะวทท. หรือ ม.อ. ควรสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้านให้มากขึ้น เพราะชาวบ้านรู้สึกห่างไกล และไม่สนิทใจกับ ม.อ. เท่าที่ควร" เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ความไว้วางใจเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์และความร่วมมือต่อไป

ผมเพิ่งทราบว่า จ.ตรัง ก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ที่ชาวบ้านไม่ไว้ใจม.อ.ในการพิจารณาการตั้งโรงไฟฟ้าจากลิกไนต์(หรือถ่านหิน) จนม.อ.ต้องบอกว่าม.อ.จะไม่รับทุนวิจัยจากการไฟฟ้า

การเดินเข้าหาชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะชาวบ้านไม่กล้าเข้าหามหาวิทยาลัยจริง ๆ

ครับ บางครั้งต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวของอาจารย์ที่ทำงานในชุมชนมานานครับ

 

"ใจสั่งมา"

หลายๆ ครั้งที่เราก็ต้องชั่งใจระหว่างการ "บริการวิชาการ" ที่ "รับใช้" "ทุนนิยม" กับการ "บริการวิชาการ" กับชุมชน

การบริการวิชาการบางครั้งถูกนำไปโยงกับเรื่องของ "ความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์"

ก็ต้องตั้งคำามแก่ตัวเอง (องค์กร) ว่าทำไมชุมชนรอบๆ ถึงไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ

คงต้องเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับองค์กรมากกว่าที่จะเป็น ชุมชนกับ(เฉพาะ)บุคคล

เราเอง

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 75.101.243.64
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ