นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3589
ความเห็น: 2

มวยคู่เอก LED TV vs LCD TV จะเชียร์มุมไหนดีน้อ

ช่วงนี้ที่บ้านมีโครงการจะถอย TV แบบ Body บาง ๆ ออกมาซักตัว เนื่องจากบ้านน้าเพิ่งถอย LED TV 42 นิ้ว ของ Sony ออกมาในราคาไม่ถึง 2 หมื่น(หย่อนไปไม่กี่บาท) ซึ่งป้าไก่เห็นแล้วก็อยากถอยตาม เพราะบ้านเราเคยผ่านประสบการณ์ขนย้าย TV หนีน้ำกันมา ในบ้านมี ลุงขุม ป้าไก่ ซึ่งถูกให้คำจำกัดความว่า ผู้สูงอายุ และ Teddy สาวที่สุดในบ้าน ซึ่งถ้าให้คำจำกัดตามคนทั่วไป ก็จะได้คำจำกัดความว่า สาวใหญ่ (เฮ้อ! ทำไมทำร้ายสาวสวยอย่างเราด้วยคำว่า สาวใหญ่ ได้นะ .. ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ขอแถมว่า นอกจากอายุเข้าเกณฑ์สาวใหญ่แล้ว ตัวก็เริ่มใหญ่ตามไปด้วยนะจะบอกให้ กร้ากกก แล้วเราจะซ้ำเติมตัวเองทำไมเนี่ย) ต่อ ๆ ดีกว่า นอกเรื่องอีกแ้ล้วสิเรา ก็คือที่บ้านมีสมาชิก 3 คน ซึ่งรวมเรี่ยวแรงแล้ว เวลาต้องขนย้ายของหนัก ๆ หนีน้ำนี่ มันหนักหนาเอาการเหมือนกัน จึงเป็นที่มาที่ไป ที่ทำให้เราอยากเปลี่ยน TV หนาหนัก 29 นิ้ว ของเราเป็นจอบาง ๆ ติดฝาแทน ที่สำคัญคือ น้าจะเป็น Sponser ให้ แต่บ้านเราเกรงใจ เลยขอออกคนละครึ่งละกัน เหอ ๆ

จากนั้น เราก็เริ่มตามล่าหา LED TV จะเอาสเปกแบบของน้าเลย เพราะเป็น LED และราคาไม่เกิน 2 หมื่น แต่รุ่นที่ต้องการไม่มีเลยทั่วทั้งหาดใหญ่ เราเลยต้องเดิน ๆ ดูคุณสมบัติรุ่นอื่น ๆ ไปพลาง ก็พบว่า LED TV ราคาสูงกว่า LCD เกือบเท่าตัว แล้วทำไมรุ่นที่เราอยากได้ มันบอกว่าเป็น LED แต่ราคามันใกล้ ๆ กะ LCD ล่ะ เริ่มงง ก็ถามข้อมูลจาก sale แต่ได้ข้อมูลมาต่าง ๆ กัน ส่วนใหญ่จะเน้นพูดคุณสมบัติที่ดีของยี่ห้อที่ตัวเองขาย และแอบกัดยี่ห้ออื่น ๆ ซักเล็กน้อยพอทิ้งรอยเขี้ยวบาง ๆ แบบกำลังน่ารักเอาไว้ที่ยี่ห้อชาวบ้าน

คน IT อย่างเรา เริ่มสับสน คิดว่า อากู๋ น่าจะเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา Teddy เลยลองหาข้อมูลดู และได้คำตอบที่น่าสนใจ จากเว็บ www.lcdtvthailand.com  เค้าอธิบายไว้ละเอียดดี ใครที่สงสัย หรือกำลังมองหา TV ตัวใหม่อยู่ ลองมาศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อกันดูค่ะ

 

credits : www.lcdtvthailand.com 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และบทความทั้งหมดด้านล่างนี้มาจาก credits ที่ให้ไว้ค่ะ

 

ระเบิดศึกสายเลือด !!! LED TV vs LCD TV แตกต่างกันอย่างไร? อะไรดีกว่ากัน?

คำถามที่ถามกันบ่อยๆในวงการทีวีและเครื่องเสียงในปัจจุบันนี้ซึ่งฮอตฮิตยิ่ง กว่าข่าว “เคอิโงะตามหาพ่อ" ยิ่งกว่า "ลูกหลินฮุ่ยจะชื่อว่าอะไร" จนบางทีผมก็มึนเองว่า" ลูกของเจ้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ยชื่อเคอิโงะ" 
ก็คือ “พี่ครับ LED TV กับ LCD TV ต่างกันอย่างไรครับ” จากผลสำรวจของเราเองมันคือหนึ่งในเป็นคำถามที่พนักงานขายทีวีตอนนี้แทบโดน กันหมดทุกคนครับ และแน่นอนมันก็ตามมาถึงทีมงาน LCDTVTHAILAND ซึ่งโดนคำถามนี้กันถ้วนหน้า เอาเป็นว่าผมขออธิบายรายละเอียดของ LED TV VS LCD TV ก่อนละกันครับ

 


LCD TV คืออะไร???
LCD TV ย่อมากจาก Liquid Crystal Display ซึ่งใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายๆหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สี ทั้งสีแดง น้ำเงิน เขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด CCFL Backlight ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆ

 


LED TV คืออะไร ???

LED TV ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นหลอดไฟขนาด “จิ๋วแต่แจ๋ว” ซึ่งใช้หลอด LED เป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีทั้งสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสีนต่างๆ

 

 
สรุป
สรุปอย่างได้ใจความได้ว่า LED TV ก็คือ LCD TV ที่เปลี่ยนจากหลอด CCFL เป็นหลอด LED ในการกำเนิดแสงนั่นเอง โดยยังใช้ Liquid Crystral ผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีในการสร้างสีในแต่ละพิหเซล ดังนั้นตามหลักการแล้วมันก็คือ LED LCD TV นั่นเอง เพียงแต่สลับจากการใช้หลอด CCFL ให้เป็นหลอด LED เพื่อใช้กำเนิดแสง อีกหนึ่งตัวอย่างก็คือ LED เป็นเทคโนโลยีที่มีให้เห็นกันบ่อยในจอโน็ตบุ๊คที่บางๆครับ

แล้ว LED TV กับ LCD TV อะไรดีกว่ากันหละ???
ขอตอบแบบฟันธงเลยนะครับ ในฐานะคลุกคลีกับจอภาพอยู่แทบทุกวันว่า LED TV ดีกว่า LCD TV ในหลายแง่ครับ เรามาดูตารางเปรียบเทียบกันในเชิงคุณภาพผลลัพธ์เลยนะครับ โดยเป็นการตัดสินให้คะแนนโดยทีมงาน LCDTVTHAILAND

LCD TV VS LED TV

ชนิดของ Backlight

CCFL

LED

ชื่อของทีวีในตลาด 

LCD TV

LED TV

คุณภาพของภาพโดยรวม 

7

9

ความสว่าง 

8

8

สีสัน 

7

9

ระดับสีดำ 

7

9

อัตราการกินไฟ 

7

10

ความบาง

7

9

ระดับราคา

9

7

ความคุ้มค่า

เครื่องถูกกว่า ค่าไฟแพงกว่า

เครื่องแพงกว่า ค่าไฟถูกกว่า

ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่น

LG: LK450 

Samsung: D550

Sony: CX520

LG: LW6500

Samsung: D8000

Sony: NX & HX Series


ด้วยความที่เป็นหลอดไฟ “จิ๋วแต่แจ๋ว” โดยความสามารถของเจ้า LED นั้นสามารถให้ “แสงสว่างได้ดีกว่าโดยที่ใช้ไฟน้อยกว่า” ทำให้ LED เป็นแหล่งกำเนิดไฟที่มีประสิทธิภาพมากกว่าหลอด CCFL ทันทีครับ และที่สำคัญด้วยขนาดหลอดที่เล็กกว่า ทำให้ LED TV มีความบางกว่า LCD TV ทั่วๆไปที่ใช้หลอด CCFL Backlight แต่อย่างไรก็ตาม LED TV นั้นก็ยังมีระดับราคาที่สูงอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า “คุ้มค่าหรือเปล่า” กับการลงทุนในช่วงนี้  โดยผมบอกได้เพียงสั้นๆว่า ค่าตัวของ LED TV ค่อนข้างแพงกว่า LCD TV อยู่พอสมควร แต่ก็มี LED TV ก็มีอัตราการกินไฟน้อยกว่า LCD TV อยู่ประมาณ 40% -50% เลยทีเดียวเชียวครับ ดังนั้นเรื่องความคุ้มค่าก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองแล้วหละว่าจะเลือกตัวไหน ครับ

LED TV มีทั้งหมดกี่แบบ ???
อันนี้หลายๆท่านอาจะจะยังสงสัยว่า LED TV มันมีหลายแบบด้วยเหรอ คำตอบแบบฟันธงนะครับว่ามีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป เรามาดูกันเลยดีกว่า

1. EDGE LED : วางหลอด LED ไว้ตรงขอบของทีวี
EDGE ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ขอบ” ครับ โดยหลอด LED จะถูกวางไว้ตามขอบบน ล่าง ซ้าย ขวา ของทีวีและคอยยิงแสงเข้ามาตรงกลางจอทีวี สำหรับข้อดีก็มีตรงที่ “ความบาง” ที่บางกว่า LCD TV ทั่วๆไปหลายเท่า เพราะหลอด LED อยู่แค่ด้านข้างครับ ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องการประหยัดไฟครับ อย่างไรก็ตามข้อเสียหลักๆเมื่อเทียบกับ LED แบบ Full LED ก็คือ ไม่สามารถทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดหลอดไฟเป็นกลุ่มๆได้เนื่องจากหลอดไฟอยู่ที่ขอบนั่นเอง


Edge LED วางหลอดไฟไว้ตาอมขอบด้านบน ล่าง และด้านข้าง


หาก Edge LED แบบดีๆหน่อยเช่น LG LE5500, Samsung D8000, Sony NX720
ก็จะทำ Local Dimming ได้ครับ แต่ไม่ละเอียดเทพแบบ Full LED


สำหรับ EDGE LED TV ได้แก่ Samsung LED TV ทุกรุ่น Sony NX700 NX800 LG LE5500 LE7500 ครับ ซึ่งถ้าเป็นตัวที่ราคาแพงหน่อยก็จะทำ Lcoal Dimming ได้แบบรูปข้างบนด้วย

2. Full LED :
หลอด LED เป็นแผงอยู่ด้านหลัง
สำหรับแบบที่ 2 เราเรียกว่า Full LED (Direct LED) เพราะว่ามีหลอดไฟอย่าด้านหลังทั้งแผงคอยให้กำเนิดแสงนั่นเอง ข้อดีของ Full LED หรือบางค่ายก็เรียก Direct LED ก็คือ ความสามารถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิด หลอด LED เป็นกลุ่มๆ หรือเฉพาะจุดนั้นเองอย่างอิสระ เช่นฉากๆ นึงด้านซ้ายเป็นสีดำ ด้านขวาเป็นสีขาว หลอด LED Backlight บริเวณด้านซ้ายก็จะปิดเพื่อทำให้สีดำบริเวณด้านซ้ายดำสนิท และกลุ่ม LED Backlightด้านขวาจะเปิดเพื่อให้แสงสามารถลอดออกมาเป็นสีขาวครับ ในขณะที่ CCFL และ EDGE LED ไม่สามารถได้ ส่วนข้อเสียคือเรื่องความหนาของตัวเครื่องครับ เนื่องจากต้องใช้หลอดไฟ LED หลายตัวไว้ด้านหลังของตัวจอ ซึ่งทำให้ทีวีมีความหนาประมาณ LCD TV ทั่วๆ ไปอยู่ครับ

 
หลอดไฟ LED จะอยู่เต็มแผงหลังของจอ



เวลาทำ Local Dimming ก็จะทำเป็นโซนบล็อคสี่เหลี่ยมตารางหมากรุกแบบนี้


นึกภาพไม่ออกให้ดูรูปนี้ว่า Full LED มันทำ Local Dimming ได้ละเอียดกว่าอย่างไร


ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ LG LW9800 ตัวท็อปของ LG ปี 2011-2012 รุ่นนี้ใช้ Full LED Backlight ครับ รวมถึง Philips รุ่น PFL9706 รุ่นนี้ก็ใช้ Full LED Backlight เช่นกัน และรวมถึง Sony รุ่นล่าสุดอย่าง HX925 ตัวนี้เป็น Full LED 3 มิติด้วย แหล่มโคตร !!! 

3. RGB LED : หลอดไฟ LED สีแดง เขียว น้ำเงิน เป็นแผงอยู่ด้านหลัง
แบบสุดท้ายผมขอยกให้เป็นตัวท็อปของ LED TV ในปัจจุบันนะครับ ซึ่งก็คือ RGB LED TV นั่นเอง โดยหลักการให้กำเนิดแสงก็คล้ายๆ กับ Full LED เพียงแต่ว่าแทนที่จะใช้หลอด LED สีเดียวซึ่งปกติเป็นสีขาวในการกำเนิดแสง เจ้า RGB LED TV ใช้หลอด LED แม่สี 3 สี (แดง R, เขียว G, น้ำเงิน B) ในการให้กำเนิดแสงแทน ซึ่งหลอดไฟ 3 สีนี้แยกการทำงานกันอย่างอิสระ ส่งผลให้การสร้างสีดีขึ้น เพราะแสงต้นขั้วนั้นออกมาเป็นแม่สีตั้งแต่แรก ความถูกต้องและคมชัดของสีจึงมีมากขึ้น ตลอดจนความสามารถในการไล่เฉดสีจนมีมิติของภาพก็ดีขึ้น ตามหลักการแล้ว RGB LED ถือว่าเป็น LED TV ที่ดีที่สุดครับ มีต้นทุนที่สูงกว่า และความสามาถในการทำ Local Dimming หรือการเปิด/ปิดไฟเป็นกลุ่มๆอย่างอิสระเพื่อสีดำที่ดำสนิทและคอนทราสต์ที่ มากขึ้นก็มีเช่นเดียวกับ Full LED แบบข้อที่ 2 ครับ ส่วนข้อเสียที่เห็นหลักๆก็คือระดับราคาที่ค่อนข้างสูงมากในตอนนี้



ตัวอย่างทีวีที่ใช้ RGB ก็คือ Sony X450 ขนาด 46” 55” 70” และ Sharp XS1 ขนาด 65” ซึ่งค่าตัวของ Sharp RGB LED TV ก็ 699,990 บาท และ 70X450 ราคาอยู่ที่ 799,990 บาทซึ่งถอยรถ Vios และ Civic ได้อย่างละ 1 คันพอดีเลยหละครับ 

หมายเหตุ ข้อมูลปี 2009 นะครับ ในปัจจุบันแทบไม่มี RGB LED TV จำหน่ายแล้ว

ความแตกต่างระหว่าง CCFL LCD TV และ LED ชนิดต่างๆ
ชื่อเรียกทีวี
LCD TV
LED TV
ชนิดของ Backlight
CCFL
EDGE LED Full LED RGB LED
รูปแบบการวางหลอดไฟ  
 
 
 
Local Dimming *
ไม่ได้ ไม่ได้ ได้ ได้
Scanning ** ไม่ได้ (ได้บางรุ่น) *** ไม่ได้ (ได้บางรุ่น) ได้ ได้
ความสว่าง ปานกลาง ดี ดีมาก ดีมาก
สีสัน ปานกลาง ดี ดีมาก ดีที่สุด
ระดับสีดำ ปานกลาง-ไม่ดี ดี ดีมาก ดีมาก
อัตราการกินไฟ ปานกลาง ต่ำที่สุด ต่ำ ต่ำ
ความบาง ปานกลาง บางที่สุด ปานกลาง ปานกลาง
ระดับราคา ปานกลาง สูง สูงมาก สูงที่สุด
ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่น LCD TV ทั่วไป Samsung D8000 Philips PFL9706 Sony X450
  LG LW6500 Sony HX925 Sharp XS1
  Sony NX720 LG LW9800  

* Local Dimming คือ การเปิด/ปิดหลอดไฟเป็นกลุ่มๆ เช่นปิดไฟเฉพาะบริเวณที่เป็นฉากมืด เพื่อให้ Contrast ดีขึ้น และสีดำที่ดำสนิท
** Scanning คือการปิดและเปิดหลอดไฟอย่างรวดเร็วบริเวณพื้นที่ที่วัตถุในฉากเคลื่อนผ่าน เพื่อลดอาการ"ลาก"ซึ่งก่อให้เกิดอาการเบลอของภาพเคลื่อนไหว
*** ทีวีที่มีหลอด CCFL ที่สามารถทำ Scanning ได้อาทิเช่น LG LH50 และ Sony X450    


แล้วเลือกซื้อตัวไหนดีกว่ากันหละครับ ช่วยแนะนำหน่อย ???
จริงๆทั้ง CCFL LCD TV, EDGE LED TV, Full LED TV, และ RGB LED TV ก็มีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันออกไปครับ รวมถึงระดับราคาที่สูงขึ้นไปตามความล้ำของเทคโนโลยี ทั้งนี้เรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการเลือกซื้อนั้น อันที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของเรามากกว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายท่านคิดว่าซื้อ LCD TV ธรรมดาก็พอแล้ว ภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า LED TV ซักเท่าไหร่ เหลืองเงินไปซื้ออย่างอื่นได้อีก หรือบางท่านเห็นว่า LED TV ได้บางเฉียบและประหยัดไฟกว่าในระยะยาว น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า หรือบางท่านต้องการทีวีที่ให้คุณภาพระดับเทพที่สุด โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็อาจจะอัพไปเล่น Full LED TV / RGB LED TV ตัวท็อปเลย ซื้อทีเดียว จ่ายทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินเสียทองหลายรอบครับ อย่างที่บอก “ความคุ้มค่า” มันขึ้นอยู่กับ “ความพอใจส่วนบุคคล” !!!!  

ทีมงาน LCDTVTHAILAND หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านในการเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซื้อทีวีครับ เพื่อนๆสามารถ Copy บทความนี้ไปโพสต์ลงเว็บอื่นหรือ Blog ก็ไม่ว่ากัน เพียงแค่ช่วย Credit เว็บ www.lcdtvthailand.com ให้เป็น credit ตอนต้นหรือตอนท้ายเท่านั้นเองนะครับ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): LED TV  LCD TV  Full LED  Edge LED
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 31 มกราคม 2555 14:28 แก้ไข: 31 มกราคม 2555 14:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

น้ำท่วม คือปัจจัยแรกๆ ของการนึกถึงทุกสิ่งอย่างขอบคนเรา ไปซะแล้ว..

  • ...ซื้อบ้าน ไม่แถมเรือ
  • ...น้ำท่วม....เครื่องไม่เสีย
  • ...ป้องกันน้ำท่วมเป็นอย่างดี
  • ...รับรองน้ำไม่ท่วม
  • ...รับรอง..ทนน้ำ
  • ...ฯลฯ...

เวลาไปห้างสรรพสินค้าต้องแวะดูทีวีตลอดจนคุณนายหญิงบ่นอุบทุกครั้ง

 

อ่านเรื่องนี้แล้วก็ได้ไอเดีย จะเอาไปใช้ในการพิจารณาซื้อต่อไปครับ

 

ไว้ซื้อแล้วจะมาเม้าท์ให้ฟังต่อไปครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.206.238.176
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ