นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1774
ความเห็น: 0

คาวบอยเกมส์: เทนนิส 2554

กีฬาบุคลากร สกอ. ปี 2554 ครั้งนี้ไปไกลถึงเชียงใหม่ครับ โดยมีแม่ใจ้เป็นเจ้าภาพ

ผมเดินทางถึงเชียงใหม่ประมาณบ่าย 4 โมงของวันที่ 30 เมษายน ก็ไม่ทันเข้าประชุมผู้จัดการทีม แต่ก็ฝากให้สมาชิกที่มาก่อนเข้าประชุมแทน ก็ได้รับการแจ้งทางโทรศัพท์ว่า ประเภททีมนั้น เรามีสมาชิกในสาย 5 ทีม โดยเราเป็นมือวางเพราะได้เหรียญทองแดงปีที่ผ่านมา ทีมที่อยู่ร่วมสายก็มี มหิดล บูรพา ลาดกระบัง และเจ้าภาพแม่โจ้ ซึ่งขอสิทธิในการเลือกสายที่มีอยู่ 4 สายได้ ที่อยากมาอยู่กับเราก็เพราะคงจะเห็นว่าทีมเราหน้าตาน่าเอ็นดูดี คงอยากจะเล่นกับคนสวยคนหล่อกระมัง

ตอนเย็นวันนั้นผมก็เข้าไปซ้อมที่สนาม มช. เพราะการแข่งขันจัดที่สนามกีฬา 700 ปี ซึ่งต้องจองสนามซ้อมและต้องจ่ายเงิน จ่ายค่าไฟฟ้าถ้าซ้อมท่ามกลางแสงไฟ ทีมเรานั้นเป็นเพื่อนสนิทกับทุกทีม มช.ก็สนิทมากก็ขับรถเข้าไปขอซ้อมเอาซื่อ ๆ ไปเลย

ที่ต้องซ้อมก็เพราะว่าสภาพสนามที่เราเล่นอยู่เป็นประจำกับสภาพสนามที่ใช้แข่งขันแตกต่างกันมากครับ สนามเก่าที่ม.อ. เป็นสนามที่เร็วเกือบที่สุดในประเทศไทย ลูกตกพื้นปั๊บก็พุ่งเข้าหาคนเล่นทันที สนามที่ มช.เป็นสนามที่ช้ากว่า และเรารู้มาว่าที่สนามแข่งขัน 700 ปี มีสนามช้าอยู่ 5 คอร์ท และสนามเร็วอยู่ 3 คอร์ท ที่ใช้ในการแข่งขัน และเซ็นเตอร์คอร์ทที่ช้าอีก 1 คอร์ท ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาวาสนาว่าใครจะได้เล่นคอร์ทไหน ตามกรรมการจะจัดละครับ เพราะสภาพพื้นสนามมีผลต่อการเล่นมากนะครับ

การแข่งขันประเภททีมในแต่ละสายก็เป็นแบบพบกันหมด ในเมื่อสายเรามี 5 ทีม ก็ต้องมีทีม 1 พัก โดยสิทธิของการเป็นมือวาง เขาก็ให้เราพักก่อนครับ ให้ไปดูทีมคู่ต่อสู้เล่นให้เห็นฝีไม้ลายมือก่อน รอบ 1 ได้ bye รอบ 2 พบกับเจ้าภาพแม่โจ้ รอบ 3 พบมหิดล รอบ 4 ชี้ชะตากับทีมบูรพา และรอบสุดท้ายพบกับทีมลาดกระบัง

1  พ.ค. 2554 ช่วงเช้าก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา ทำให้เราต้องเสียนักกีฬาชายกำลังหลักไป 1 คน ทำให้ผมต้องคิดเตรียมปรับสภาพทีมใหม่ วางตัวนักกีฬาที่จะลงเล่นใหม่ เพราะการแข่งแบบทีมจะแข่งขันกัน 5 คู่ มีประเภท ชายคู่ทั่วไป ชายคู่รวมกัน 70 ปี ชายคู่รวมกัน 100 ปี คู่ผสมที่ผู้ชายต้องมีอายุสูงกว่า 40 ปี และหญิงคู่ จำนวนนักกีฬาที่มีอยู่ในทีมคือ 15 คน คือจะมีผู้เล่นสำรองได้ 5 คน และในวันนี้เราก็จะเหลือผู้เล่นน้อยลง 1 คน

ผมก็ต้องคิดหนักมากขึ้น หน้าที่ผู้จัดการทีมที่ผมต้องทำคือ 1. จัดตัวผู้เล่นในแต่ละประเภทให้เหมาะสม เพื่อให้ชนะแต่ละทีม 3 คู่ใน 5 คู่ เพื่อเป็นที่ 1 ในสาย จะได้เข้าไปแข่งในรอบต่อไป และจะได้รับเหรียญทองแดงโดยปริยาย 2. ทำให้สมาชิกในทีมทุกคนมีความสุข มีความพอใจในการแข่งขัน และ 3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้านบุคลากรที่มาจากต่างสถาบันกัน

ผมก็เดินและนั่งดูนักกีฬาของทีมคู่แข่งในสายเป็นหลักก่อน พยายามทำความรู้จักนักกีฬาใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนว่ามีความแข็งแกร่งเพียงใด ผมก็เข้าไปคุยกับสมาชิกทีมแม่โจ้เจ้าภาพ เพราะไม่เคยได้เจอมาก่อนหน้านี้เลย ก็ทราบว่าเขาก็พยายามรวมทีมกันมาแข่งในฐานะของเจ้าภาพ ก็มีสมาชิกกันเพียง 8 คน อายุสมาชิกก็ยังไม่สูงมากนัก ไม่สามารถลงแข่งในประเภทรวม 100 ปีได้ ซึ่งต่างจากทีม ม.อ. เรา ที่นักกีฬาชายในทีมของเรา 7 คนมีอายุมากกว่า 50 ปี และในภายหน้าเราคงต้องเอานักกีฬา 2 คนที่มีอายุรวมมากกว่า 100 ปี ลงไปแข่งประเภททั่วไปแล้ว (ฮา)

ในรอบที่ 2 ที่พบแม่โจ้ ผมก็จัดทีมอย่างสบาย ๆ เพราะทีมเราได้เปรียบที่มีนักกีฬาหญิงฝีมือดี ผลก็คือ เราแพ้ในคู่ชายทั่วไป 1 คู่ ที่เหลือก็ชนะหมด รวมทั้งชนะ bye ด้วย

รอบ 3 ต้องพบทีมมหิดล ทีมนี้เป็นงานหนัก แต่งานที่หนักกว่าเป็นการพบทีมบูรพาที่ปีที่แล้วเราชนะมาได้แบบหักปากกาเซียน ผมจัดตัวนักกีฬาลงแบบเพื่อทำการซ้อมใหญ่แต่ก็มีเหตุให้เลื่อนการแข่งขันออกไปเนื่องจากฝนและสนามก็ไม่พร้อม รวมทั้งนักกีฬาคู่แข่งต้องไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่ ม.แม่โจ้ ด้วย เลยต้องยกยอดไปแข่งตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

2 พ.ค. 2554 8.00 น. คือเวลาที่นัดแข่งขันเนื่องจากเป็นเกมที่เลื่อนมาจากวันก่อน ผมจัดตัวเองลงแข่งในประเภทคู่รวม 100 ปี เป็นแมทช์แรก และการแข่งจัดพร้อมกัน 5 คู่ ผมลงไปวอร์มก็รู้สึกมีอาการบาดเจ็บแล้วเป็นอาการเอ็นเข่าซ้ายกระตุก ซึ่งมีอาการตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.แล้วตอนซ้อมแล้ว แต่ผมก็พยายามฝืนเล่น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคงไม่มีผลต่อการแข่งในทีม เพราะคงชนะได้ 3 คู่แน่ แต่อยากแข่งเพื่อให้คู่แข่งได้เล่น เพราะโดยทั่วไปนักกีฬาอยากจะเล่นมากกว่าได้ชนะ bye หรือชนะโดยไม่ต้องแข่งขัน นักกีฬาส่วนใหญ่มาเพื่อเล่นกับทีมต่าง ๆ มาเล่นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ชนะ ซึ่งนี่คือ สปิริต ของการเล่นกีฬา ผมก็โขยกเขยกเล่นไปเรื่อย ๆ มีการกระตุกที่เข่าเป็นระยะ ๆ จนคู่แข่งสังเกตเห็นได้ และบอกว่าให้ผมหยุดเล่นก็ได้น่ะ แต่ผมก็บอกไปว่ายังไหวเพราะผมก็เล่นแบบประคับประคองตัวเองอยู่แล้ว และอยากให้เล่นแบบสนุกสนานต่อไป ก็เล่นกันอย่างสูสีใกล้เคียงจนเราชนะไป 9: 7 เกม ในแบบที่เราเสีย 2 แมทช์พอยส์ไปก่อน สรุปว่าทีมเราชนะไป 4:1 คู่

รอบที่ 4 พบทีมบูรพา ซึ่งผมก็คิดในใจว่าคงไม่ชนะในปีนี้ แต่ก็แอบมีลุ้นอยู่บ้าง คู่แรกเป็นคู่รวม 70 ปี ซึ่งเป็นคู่ตัดสินว่าทีมใดจะชนะ ผลออกมาว่าเราแพ้ ซึ่งผมก็รู้แต่แรกว่าเราเป็นรองมากเพราะนักกีฬาที่เราส่งไปนั้นรวมอายุ 108 ปีเข้าไปแล้ว ความแข็งแรงและความรวดเร็วเป็นรองมาก คู่ความหวังของเราคือ คู่หญิงเอาชนะไปได้ตามความคาดหวังซึ่งเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบากเพราะคู่แข่งก็เล่นดีมาก ผมก็ไปแอบลุ้นคู่ทั่วไป และคู่ผสม ซึ่งเราตั้งความหวังไว้ด้วย แต่ก็ไม่ได้ตั้งไว้สูงมากนัก ผลก็คือเราแพ้ทั้ง 2 ประเภท ก็เป็นอันว่าเราแพ้แน่นอนแล้ว ประเภทคู่รวม 100 ปี เราก็แพ้ไปอีกตามคาด โดยเรารู้ตั้งแต่ก่อนลงแข่งแล้วว่า ให้เราจัดตัวนักกีฬาที่เก่งที่สุดในทีมลงไป 2 คน ก็ไม่ชนะคู่นี้ สรุปว่าเราแพ้ไป 1: 4

แต่ถ้าให้ผมสรุปว่าปีนี้เราใกล้ชิดกับนักกีฬาทีมใดมากที่สุด ผมก็จะต้องบอกว่า ปีนี้เราสนิทกับทีมบูรพามากที่สุดครับ เพราะเราพบกันติดต่อกันมา 3 ปี เราคุยกันในฐานะเพื่อนนักกีฬา แพ้-ชนะ เป็นเรื่องของการแข่งขันกีฬา ซึ่งไม่เกี่ยวกับมิตรภาพที่เราจะมีให้กัน

รอบที่ 5 พบทีมลาดกระบังซึ่งส่งผู้เล่นลงเพียง 3 คู่ ผมก็จัดให้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ลงเล่น ไปซ้อมก่อนเล่นประเภทบุคคล ซึ่งผลออกมาว่าเราชนะในทุกคู่ครับ

ในตอนเย็นเราไปกินร่วมกันทั้งทีม และก็บังเอิญที่ทีมบูรพาก็พาทีมไปกินที่ร้านเดียวกันอีก ผมก็ไปนั่งคุยที่โต๊ะทีมบูรพาอีกครั้ง คุณครรชิต ดอกไม้คลี่ (นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติในอดีต) เป็นผู้จัดการทีม เขาก็บอกว่า เขาดีใจมากที่ได้เป็นที่ 1 ในสาย ในปีนี้ เพราะเขาก็หวังมา 2-3 ปี แล้ว เขาพยายามสร้างทีมเทนนิสให้แข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ การได้เหรียญในประเภททีมนั้นยากมาก เพราะจะมี 2 ทีมที่จองไว้แล้ว 2 เหรียญคือ ทีมขอนแก่น และ เชียงใหม่ ที่เหลืออีก 2 เหรียญซึ่งมักจะเป็นทองแดงทั้ง 2 เหรียญ จะเป็นการผลัดกันได้ จากทีม จุฬา ม.อ. ศิลปากร เกษตร วลัยลักษณ์ มหาสารคาม แล้วแต่ความพร้อมในแต่ละปีที่ไม่สม่ำเสมอ และในปีนี้ จุฬายังคงรักษาเหรียญทองแดงไว้ได้ด้วยการเป็นที่ 1 ในสายได้

3 พ.ค. 2554 ผมต้องหายามากินแก้การบาดเจ็บเข่า วันนี้ไม่มีโปรแกรมแข่ง เนื่องจากเป็นการแข่งประเภททีมเพื่อหาผู้ชนะเลิศ แต่ช่วงเช้าและบ่ายผมยังแวะเข้าไปที่สนาม 700 ปี เพื่อติดตามการแข่งขัน ก็สนุกครับทีมบูรพาแพ้ทีมขอนแก่นไป 2: 3 แบบเฉียดฉิว เพราะไปแพ้ในคู่หญิง 7: 9 เกม และมช.เอาชนะจุฬาไปได้ รอบชิงชนะเลิศ ทีม มข. ยังคงเอาชนะ ทีม มช. ไปได้อีกปี โดยต้องตัดสินในประเภทคู่ผสม ช่วงเย็นมีประชุมผู้จัดการทีมเพื่อแบ่งสายการแข่งขันประเภทบุคคล 10 ประเภท นัดประชุมตั้งแต่ 16.00 น. เลื่อนประชุมไป18.00 น. จนถึงเวลา 20.30 น. ก็ยังไม่เรียบร้อย ผมเลยบอกลากลับไปกินมื้อเย็นก่อน

4 พ.ค. 2554 เราก็เข้ามาสนามแข่งขันตั้งแต่ 8.00 น. เพราะโปรแกรมชายคู่ 55 ปี ซึ่งผมลงเล่นประเภทเดียวมีรายการแข่ง 8.30 น. ผมก็ลงเล่นคู่กับอ.สมศักดิ์ เดียวสุรินทร์ พาร์ทเนอร์เก่ามาเกือบ 8 ปีแล้ว (ระยะหลังอาจารย์ไม่ค่อยได้ไปร่วมแข่งขัน) ก็เอาชนะทีมจากมหาวิทยาลัยนครพนม ไปได้ ก็หมดภาระกิจในวันนี้ไปแล้ว ดังนั้นเวลาที่เหลือก็คอยตามเชียร์สมาชิกในทีม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ชนะกันเป็นส่วนมาก

5 พ.ค. 2554 ผมลงแข่งอีกครั้ง ซึ่งหากชนะจะเหลือ 4 คู่ ซึ่งหมายความว่าได้เหรียญแน่ ๆ เราพบกับคู่ทีมขอนแก่น ตามชื่อชั้นเราเป็นรอง แต่ก็ด้วยการวางแผนและการเล่นเป็นทีมก็พลิกเอาชนะมาได้หวุดหวิด ซึ่งก็หมายความว่าปีนี้ทีมเทนนิส ม.อ. เรามีเหรียญกลับแน่ แต่ข่าวดียังมาอีกเป็นชุด เมื่อคู่ 55 ปี อ.ไพโรจน์ และ Kenji Oda จากปัตตานีเอาชนะคู่ มศว. (อ.ประเสริฐ ข่ายม่าน) มาแบบเหนือความคาดหมายอีกด้วย ตามมาด้วยคู่ 50 ปี ของเรา (สุวิทย์+สิทธิพร) เอาชนะคู่ที่ดูจะเหนือกว่าจาก มช.มาได้อีก เรารอลุ้นข่าวดีในตอนเย็นอีกครั้ง ที่คุ่ชาย 45 ปี (ศุภชาติ + สิทธิพร) ก็เอาชนะคู่แข่งมาได้อีกคู่ คู่นี้เราไม่ได้ลุ้นมาก เพราะเราประเมินว่าเราดีกว่าอยู่แล้ว และคู่นี้เป็นมือวางที่ได้เหรียญทองแดงเมื่อปีก่อนด้วย แต่เราก็พบว่าการชนะครั้งนี้มีค่าตอบแทนที่แพง เพราะคุณศุภชาติมีอาการเล็บเท้าฉีก (ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการแข่งคู่นี้แล้ว โดยคุณศุภชาติไปเล่นคู่ผสมชายสูงอายุและเริ่มมีอาการบาดเจ็บแล้ว)

6 พ.ค. 2554 ผมวางแผนเดินทางกลับบ้านแล้วครับ คู่ต่อสู้ในวันนี้เป็นทีมจาก มช. ซึ่งผมกับอาจารย์สมศักดิ์ เคยแพ้มาเมื่อหลายปีก่อนในการชิงชนะเลิศประเภทคู่ 50 ปี  เราก็ไม่ได้ยอมแพ้ก่อนลงแข่งนะครับ ผมเพียงแต่กะว่า หากแพ้จะเดินทางกลับในช่วงเที่ยงเลย เพื่อให้ไม่เหนื่อยมากเกินไป ก็แพ้จริง ๆ ครับ สู้ในฝีมือที่เหนือกว่าไม่ได้ แต่ก็มีข่าวดีอีก อ.ไพโรจน์กับ Oda เอาชนะคู่จากทีม มช. ไปได้อีก และจะไปเข้าชิงชนะเลิศกับคู่มช.ที่ชนะคู่ของผมไปในวันต่อไป ก็เป็นข่าวดีมากสำหรับทีมม.อ.เราครับ ส่วนคู่ 50 ปี เราก็ไปแพ้คู่ มข. คู่ชาย 45 ปี ผมเสนอให้ยอมแพ้ bye เพราะคุณศุภชาติไม่น่าจะเล่นได้อีกแล้ว (ล่าสุดโทรฯถามอาการบอกว่าโอเคแล้ว ไม่ต้องถอดเล็บ) แล้วผมก็แวะหาพี่ชายที่เชียงใหม่ก่อนกลับครับ ออกเดินทางมาค้างคืนที่นครสวรรค์

7-8 พ.ค. 2554 ก็มีแต่การเดินทางครับ แวะซื้อของเล็กน้อย ระหว่างเดินทางตามข่าวการแข่งชิงชนะเลิศระหว่าง อ.ไพโรจน์+ Oda รู้ว่าแพ้ไปหวุดหวิด แวะส่งอ.จุฑารัตน์ จากวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี แล้วก็ถึงหาดใหญ่ในตอนเย็นวันที่ 8 พ.ค.

ด้วยความที่ผมไปแข่งกีฬาสกอ.ติดกันหลายปี และเที่ยวเดินเพ่นพล่านอยู่เรื่อย ๆ นักกีฬารุ่นหลังเขาบอกว่าเหมือนจะเห็นผมเป็น LOGO การแข่งเทนนิสบุคลากรไปแล้ว เพราะมาเจอกันทุกปี ก็รู้สึกดีครับ อันที่จริงผมก็เล่นติดต่อกันมา 10 ปีแล้วนะครับ

นักกีฬาทีมอื่นเขาบอกว่า รู้สึกว่าผมมีความสุขดีจัง (เพราะคงเดินยิ้มอยู่เรื่อยมัง) ผมก็ไม่ค่อยรู้ตัวหรอกนะครับว่าท่าทีของผมมันแสดงออกได้ชัดเจนขนาดนั้น และเขาก็จะดูงง ๆ เมื่อรู้ว่าผมขับรถยนต์มาเองจากหาดใหญ่

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 14 พฤษภาคม 2554 13:09 แก้ไข: 14 พฤษภาคม 2554 13:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.156.32
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ