นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ครูนน
Ico64
นภดล ทิพยรัตน์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2073
ความเห็น: 1

ดนตรีไทยอุดมศึกษา...กับความเป็นลูกสงขลานครินทร์ (ตอนที่ 3)

เนื่องจากชมรมของเราเป็นชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทย ดังนั้นจึงมีนักศึกษาที่เขาถนัดกิจกรรมทางด้านนาฎศิลป์ส่วนหนึ่งที่เขาอาจไม่ถนัดดนตรี ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เขาได้มีส่วนร่วมกับเพื่อนๆคนอื่นๆ ผมจึงต้องใช้กำลังภายในและวิ่งใต้ดินติดต่อประสานงานกับทางเจ้าภาพ เพื่อนำเอาการแสดงของเด็กที่สนใจทางด้านนาฎศิลป์ไปให้เขาได้ร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย..

หลังจากที่ได้เพลงที่จะนำไปบรรเลงในงานดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งที่  35 ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  จังหวัดเชียรายแล้ว  ก็มีภาระงานที่เป็นองค์ประกอบอื่นๆตามมาอีก

องค์ประกอบอื่นๆที่ว่ามีอยู่หลายอย่าง

1.  ประการแรกที่สำคัญสุดๆคือ  เนื่องจากชมรมของเราเป็นชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทย  ดังนั้นจึงมีนักศึกษาที่เขาถนัดกิจกรรมทางด้านนาฎศิลป์ส่วนหนึ่งที่เขาอาจไม่ถนัดดนตรี  ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เขาได้มีส่วนร่วมกับเพื่อนๆคนอื่นๆ  ผมจึงต้องใช้กำลังภายในและวิ่งใต้ดินติดต่อประสานงานกับทางเจ้าภาพ  เพื่อนำเอาการแสดงของเด็กที่สนใจทางด้านนาฎศิลป์ไปให้เขาได้ร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย  ซึ่งก็เหมือนทุกครั้งที่ ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทย ม.อ.ปัตตานี  มีการแสดงในงานเลี่ยงรับรองเหมือนทุกปีที่ผ่านมา  ซึ่งในปีนี้เราส่งการแสดงชุด  จินตปาตี  ซึ่งเป็นการนำเอาวัฒนธรรมการแสดงหนังตะลุงมาสะท้อนผ่านท่ารำ  แถมยังมีการใช้ดนตรีแบบกลิ่นอายใต้ตอนบนอีกด้วย  ซึ่งวันนั้นไปรำกัน 8 คน  ซึ่งทุกคนไม่ใช่นักศึกษาเอกการแสดงเลย  แต่ส่วนใหญ่มาจากคณะศึกษาศาสตร์  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  และคณะวิทยาการสื่อสาร  โดยมี  สอง  ซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาเอกภาษาอังกฤษและเป็นรองประธานฝ่ายนาฏศิลป์ดูแลและประสานงานอีกทอดหนึ่ง  ทั้งนี้เนื่องจากตอนที่ผมมาทำงานใหม่ๆเมื่อปี 2540   วัยผมกับวัยเด็กนักศึกษาห่างกันนิดเดียว  ครั้นเราจะไปทุ่มกับเรื่องรำๆของเด็ก  ซึ่งมันต้องยุ่งเรื่องการแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนเสื้อผ้า  ซึ่งมันต้องมีบ้างที่ต้องนุ่งน้อยห่มน้อยเวลาเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย  ซึ่งคงจะดูไม่ดีนัก  ผมเลยสร้างกำแพงของตัวเองขึ้นมาตั้งแต่นั้นว่า  เรื่องกิจกรรมเกี่ยวกับนาฏศิลป์  จะขอดูแลในเรื่องการสนับสนุนหากิจกรรมาให้เด็กเป็นหลัก  ตลอดจนอำนวยความสะดวกเรื่องต่างๆและการจัดหาสื่อต่างๆมาให้น่าจะดีกว่าดีกว่าไปคลุกด้วยตนเอง  ทั้งนี้ด้วยความเหมาะสมในหลายประการ  แต่มีความจำเป็นหรือสบโอกาสก็จะไปแจมด้วยเป็นระยะหากนักแสดงชายไม่พอ  ซึ่งส่วนใหญ่เวลาไปแจมผมจะได้รับบทเป็นพระราชาบ้างล่ะ  เป็นพ่อบ้างล่ะ  เป็นพรามหณ์บ้างละ  นานๆทีจึงจะได้เป็นนักแสดงนำ  เช่นตอนที่ไปสตูลที่เป็นการช่วยเด้กๆรำชุดระบำว่าวมาเลเซียเนื่องจากคนไม่พอ

 

เอาละครับ  พูดถึงการแสดงกันต่อ  หลังจากที่การแสดงในงานเลี้ยงรับร้องของเราผ่านไป  รุ่งเช้าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  คือมีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งมาขอสัมภาษณ์ผมออกอากาศเกี่ยวกับการแสดงนาฎศิลป์จาก ม.อ.ปัตตานีของเด็กเรา  เด็กๆก็ดีใจกันมาก  ส่วนผมก็ดีใจน่ะที่ทุกคนช่วยกันจนได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้

2.  ประการถัดมาคือเรื่องของที่ระลึกที่ต้องมอบและแลกเปลี่ยนให้กับสถาบันต่างๆ  ซึ่งเป็นประเพณีไปแล้ว  ของที่ระลึกนี้แรกๆเราเคยทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ทางมหาวิทยาลัยไป  แต่ช่วงหลังๆขอไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้  เลยทำกันเองดีกว่า  แต่เรื่องที่ผมภูมิใจก็คือ  การทำของที่ระลึกเราตกลงกันว่าจะทำป้ายผ้าเล็กๆแล้วเขียนกลอนเกี่ยวกับ ม.อ.ปัตตานีของเรา  ซึ่งเด็กเขามาขออนุญาตนำกลอนที่ผมแต่งไว้ไปลง  ผมก็โอเคน่ะ  ที่สำคัญคือกลอนที่ผมแต่งเด็กๆเขายังเอาไปปักลงเสื้อชมรมอีกด้วย  ดังนั้นหากใครเห็นเด้กชมรมสวมเสื้อสีดอกสศรีตรัง  ซึ่งเป็นเสื้อชมรมประจำปีนี้  ก็จะเห็นกลอนนี้ปักไว้หลังเวื้อทุกคน  ซึ่งผมแต่งไว้ว่า

 

"รูสมิแล"  นามนี้มีความหมาย

คือเก้าต้นที่เรียงรายเป็นทิวสน

แหล่งความรู้แหล่งวิชาปัญญาชน

จุดเริ่มต้นของสงขลานครินทร์

เป็นศูนย์กลางทางสังคม-มนุษยศาสตร์

ศึกษาศาสตร์  อิสลาม  รัฐศาสตร์ ศิลป์

การสื่อสาร  วิทย์-เทคโน  คู่แผ่นดิน

ณ แดนดินถิ่นบุหงา...ปัตตานี

ของที่ระลึกเหล่านี้เด็กๆก็นัดกันมานั่งทำกันหลังจากเวลาที่พวกเราว่างจากการฝึกซ้อม  ตั้งแต่ตัดผ้า  ตัดไม่ไผ่  การลงขอบทอง  แม้แต่การสกรีนก็มาทำกันเอง  โดยได้  เอก  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิชาเอกศิลปศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์  หนึ่งในสมาชิกชมรมของเรามาช่วยดูเรื่องการสกรีนให้ร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ

แต่อย่างที่ผมเขียนไว้ในตอนที่ 2 ว่า การนำเสนอเรื่องราวในงานดนตรีไทยอุมศึกษาครั้งนี้  เราเน้นการทำความเข้าใจต่อสังคมภายนอกเกี่ยวกับความผสมผสานทางวัฒนธรรมของพื้นที่ปัตตานี  และบังเอิญว่าวันที่คณะวิทยาการสื่อสารเปิดตัวหนังสือพิมพ์บูมีตานี  ผมก็ไปนั่งฟังกับเขาด้วย  และเห็นว่ามีการเอาหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าๆมาแจก  ก็เลยปิ้งไอเดีย(อีกแล้ว  )ว่าเราน่าจะช่วยประชาสัมพันธ์งานของนักศึกษาคณะวิทยาการสื่อสารไปในตัว  จึงติดต่อไปยังท่านคณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร (ตอนที่ติดต่อไปอาจารย์ยังปฏิบติงานที่สำนักวิทยบริการอยู่  เพราะอาจารย์นั่งบริหารงาน 2 แห่งครับ) คือ ผ.ศ. อิ่มจิต  เลิศพงษ์สมบัติ  แล้วเรียนให้อาจารย์ทราบถึงวัตถุประสงค์  ซึ่งอาจารย์ก็ใจดีสุดๆและบอกว่า  ทางคณะมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้น่าจะเอาเล่มนี้ไปแทนดีกว่า  ซึ่งอาจารย์ก็น่ารักมากๆและใจดีอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน ให้พวกเรามาจำนวน 70 เล่ม  เป็นอันว่าของที่ระลึกจาก ม.อ.ปัตตานีของเราก็มีความสมบูรณ์ครบถ้วนกระบวนความ  สอดคล้องกับเรื่องราวที่เราจะนำเสนอในงานดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งนี้...

<โปรดติดตามตอนที่ 4>

ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอติดตามงานด้วยคนนะคะครูนน  อย่างแรกต้องบอกว่า "กลอนเพราะมากๆๆๆๆค่ะ"  ไม่ได้ชมเพราะดูน่าตาครูนนหรอกนะคะ  แต่เพราะว่าเป็นลูกสงขลานครินทร์ คนหนึ่งเหมือนกัน  อะไรที่ขอแล้วไม่ได้  ก็อยากให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้จัง  ว่าที่ขอมาก็เพื่อ ม.อ.ของเรา  ไม่ได้เอาไปไหน..  แต่ถ้าไม่เข้าใจให้ถามจากสถาบันอื่นๆ มาประกอบมั้งคะ  ฮิๆๆ  ถึงอย่างไรก็ขอเป็นกำลังใจให้ชมรมนะคะ  เพราะอะไรที่สร้างสรรค์  และพร้อมจะสรรค์สร้าง  น่าจะดีกว่าการทำลายนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.244.18
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ