นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2105
ความเห็น: 3

บ้านเรียนสีเขียวครอบครัวพานทอง

จำเป็นต้องบ้านเรียน

จำเป็นต้องบ้านเรียน 

        ครอบครัวของเราไม่ได้เก่งกล้าสามารถที่บังอาจจัด  การเรียนการสอนที่บ้าน   มันจำเป็นจริงๆ  เรารู้ว่าการส่งลูกเข้า  รร.ช่วยให้เราสามารถมีเวลากับการทำงานในหน้าที่ได้อย่างไม่กังวล  ลูกได้มีเพื่อน   มีสังคม   มีคุณครูที่ช่วยสั่งสอนมากกว่าเรา  ลูกเริ่มตั้งคำถามตั้งแต่ป 3  ว่าเรียนไปทำไม

เรียนแต่ในหนังสือ  ไม่ได้ทำจริงๆ  เรียนก็ไม่แตกต่างจากที่เคยเรียนมาแล้ว  เวลาทำงานผิดทำไมต้องถูกตี   ตีแล้วมันทำให้ทำถูกขึ้น หรือหากครูไม่อธิบายเพิ่มเติมให้  ลูกเริ่มเบื่อการเรียนไม่อยากไป  รร.ตั้งแต่  ป.5  ป.6   เสนอให้ย้ายหรือเปลี่ยนรร.ก็ไม่รับ ด้วยเหตุผลคือการไม่อยากปรับตัว .เมื่อสอบเข้า  รร.ที่ต้องการไม่ได้  ลูกก็ขออยู่  รร.เดิม      โดยบอกว่าไม่อยากปรับตัว    แต่เมื่อเปิดเรียนช่วงแรกก็ไป  รร. ดี  แต่อยู่ก็บอกไม่อยากไป   รร.     หลังจากที่ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นเด็กก้าวร้าวกับคุณครูถูกจดชื่อและถูกตักเตือนจากครูฝ่ายกิจการนักเรียน    ลูกประท้วงโดยไม่ไป  รร.  และมีคำถาม  เพื่อนที่ไม่ยอมสนใจครูสอนเขาไม่เคารพคุณครูเลย เล่นกันใน  ห้องเรียน  ทำไมเขาไม่ผิด   ลูกไม่ยอมเข้าเรียนแต่ยอมไป  รร. มักจะไปอยู่ห้องสมุดบ้าง   หนังสือเล่มสุดท้ายที่ลูกยืมจากห้องสมุดคือ  “เป้าหมายชีวิต”  หลังจากอ่านจบลูกบอกว่า  “เป้าหมายของชีวิตคืออยู่อย่างไรที่จะไม่ทุกข์” ลูกไป  รร.แล้วไม่มีความสุข  มันทุกข์   ขอไม่ไปได้ไหม  เราเสนอให้เปลี่ยน รร.  ลูกบอกว่าไม่อยากปรับตัว  ก่อนหน้านี่เราพยายามพาลูกไปปรึกษานักจิตและจิตแพทย์แต่ก็ไม่ได้ต่อเนื่องหรือจริงจังมากนัดเนื่องจากลูกไม่ยอมไปและยืนยันที่จะไม่ไป รร.ชวนเพื่อนๆน้องๆไปเยี่ยมลูกเพื่อร่วมกันประเมินสภาพลูกเราถึงสิ่งที่เรียกว่าความผิดปกติ สรุปเรียนที่บ้านก็ได้ "จำเป็นต้องมีเพื่อนมากๆด้วยหรือขอมีคนที่เข้าใจไม่กี่คนก็พอ" จึงได้คุยทางออกและวางแผนร่วมกัน ในที่สุด  มีอะไรให้เลือกบ้างหากต้องการเรียน  กศน. การศึกษาโดยครอบครัว ย้ายโรงเรียนใหม่อีกครั้ง

      ในที่สุดลูกเลือกให้จัดการเรียนรู้โดยครอบครัว  ดังนั้นด้วยความจำเป็นครอบครัวของเราและลูกจึงตัดสินใจเลือกเดินทาง  “บ้านเรียน”  ซึ่งพรบ.การศึกษาเอื้อให้มีทางเลือก  เราก็หาเพื่อนที่เป็นแนวหน้าเดินมาก่อนเรา  เดินตามกันไปถึงแม้นจะเป็นทางเล็กๆ  แคบๆที่มีให้เดิน  เมื่อตัดสินใจเลือกเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน  ก้าวเดินกันต่อไปกับการเรียนรู้ความจริง จนเห็นทางเลือกมากมาย  สำคัญอยู่ที่เราจะเลือกเดินทางใด

 

       ขอบคุณคุณครูสำหรับเวลา 9  ปี  ของการเรียนในโรงเรียนที่ช่วยให้ลูกอ่านออกเขียนได้  อันเป็นเครื่องมือสำคัญของการสานต่อประสบการณ์  

       เหตุเกิดเมื่อ  2549  จนถึง  2555 มีหลายส่วนได้เข้ามาร่วมในเส้นทาง....มีบทบาทหน้าที่ตามที่หน่วยงานจัดสรรและธรรมจัดสรร

        " ร่วมเรียนรู้เกื้อกูลและแบ่งปัน  บุญสัมพันธ์สรรค์สร้างทางสุขเย็น"

       ตอนต่อไปเส้นทางการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

        

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 27 มีนาคม 2555 16:15 แก้ไข: 27 มีนาคม 2555 16:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เรื่องน่าสนใจมากเลยครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

อาจารย์น่าเขียนเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดในนี้และใน GotoKnow ด้วยนะคะ โอ๋ว่ามีเด็กๆอีกมากที่"คิดเป็น"แบบนี้นะคะ แต่โดนกรอบการศึกษาของบ้านเราทำให้อึดอัด หาทางออกไม่ได้และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่รู้จะหาทางช่วยยังไง กลายเป็นเหมือนมีปัญหา ทั้งๆที่ไม่ใช่ปัญหาของเด็ก แต่เป็นปัญหาระบบของเราเอง เรื่องของอาจารย์จะช่วยเด็กและพ่อแม่ในบ้านเราได้อีกเยอะเลยนะคะ โอ๋ว่า

ชื่นชมน้องมากที่กล้าหาญและเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่อระบบ นึกถึงคุณ "หนูดี" วนิษา เรซเลยค่ะ  http://www.gotoknow.org/blogs/posts/212359

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.156.32
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ