นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ทดแทน
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 2 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 912
ความเห็น: 0

สรุปเนื้อหาการบรรยายหลักสูตรวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 24 เรื่อง Corporate Governance และ เรื่อง Leadership ตอนที่ ๑

ประเด็นที่สำคัญคือเรื่องของ ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรโดยเฉพาะทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง

Akkharawit Kanjana-Opas 

สรุปเนื้อหา...การบรรยายหลักสูตรวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 24 เรื่อง Corporate Governance และ เรื่อง Leadership

      การอบรมในหลักสูตรของสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 24 ของผมก็งวดเข้ามาทุกขณะ ยังเหลือการเรียนเพียงแค่อีก 4 ครั้งเท่านั้น เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกินครับ เนื้อหาของการอบรมในวันนี้ก็ยังเข้มข้นเช่นเคย เราเริ่มกันด้วยการบรรยายของ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ที่หลายท่านรู้จักกันดีว่าท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์และเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการของธรรมาภิบาลของประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นี้เองที่ทำให้ท่านเล่าให้เราฟังว่าแนวคิดของการทำธุรกิจในโลกนี้ในยุคก่อนหน้าที่จะเกิดความสนใจเรื่องของธรรมภิบาลนั้น ต่างก็มองว่าการทำธุรกิจจะต้องเกิดผลกำไรสูงสุดเท่านั้น

      ซึ่งแนวคิดนี้...เกิดจากที่ชื่อว่า Unfred Marshall (ด้วยความที่ตัวผมเองไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์หรือเรียนมาทางด้านนี้ทำให้ต้องไปค้นหาประวัติของท่านมาอ่านหลังจากเลิกเรียนว่าท่านเป็นใคร ก็พบว่า Unfred Marshall นี้เป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งมีอิทธิพลทางความคิดด้านเศรษฐศาสตร์ของโลกเป็นอย่างมากเมื่อครั้งที่ท่านยังมีมีชีวิตอยู่ เป็นผู้ก่อตั้ง Neoclassical Economics และหนังสือที่ท่านแต่งคือ Principles of Economics ซึ่งได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับ อุปสงค์และอุปทานของอรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย (Supply and Demand of Marginal Utility) และ ต้นทุนการผลิต (Cost of Production) ได้อย่างสอดคล้องและสมบูรณ์นั้นได้กลายเป็น ต้นแบบหนังสือเรียน ด้านวิชาเศรษฐศาสตร์ ในประเทศอังกฤษ เป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งท่านยังได้รับการขนานนามว่าเป็น เป็นผู้ก่อตั้งหลักของสาขาวิชา เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics) อีกด้วย)

        แต่การทำธุรกิจซึ่งมุ่งเน้นที่ผลกำไรสูงสุดอย่างเดียวนั้นก็เริ่มทำให้มีหลายๆคนตั้งคำถามว่าเหมาะสมที่สุดแล้วจริงหรือ แม้แต่ตัวของท่านอาจารย์สังศิตเองที่ เมื่อครั้งสมัยที่เป็นนักศึกษาปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ก็มองว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนั้นจริง ๆ แล้วมีข้อเสียที่ต้องคำนึงถึงด้วย แต่ในตอนนั้นแนวคิดนี้ไม่ได้รับการยอมรับและตัวท่านเองก็ถึงกับเกือบจะต้องสอบตกในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ท่านเรียนสืบเนื่องจากการทำข้อสอบและตอบด้วยแนวคิดดังกล่าว

    ประเด็น...ที่ท่านได้เปิดให้พี่ วตท 24 หลายๆท่านได้อภิปรายอย่างกว้างขวางว่าข้อเสียของ FDI มีอะไรบ้างนั้นก็ขอสรุปได้ว่าประเด็นที่สำคัญคือเรื่องของ ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรโดยเฉพาะทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ดังนั้นแนวคิดเรื่องของการทำธุรกิจโดยที่มีธรรมาภิบาลหรือ corporate governance นั้นจึงเริ่มมีความสำคัญและได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย และ Corporate Governance นั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอยู่เฉพาะระดับขององค์กรเท่านั้น แต่จะต้องลงลึกไปถึงระดับบุคคลแต่ละคนในองค์กรด้วย

     ในเมื่อธรรมาภิบาลของค์กรมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลขององค์กรด้วยแล้ว เรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความน่าเชื่อถือ ก็ย่อมตามมา ในการบรรยายครั้งนี้ รศ.ดร.สังสิต ได้ยกตัวอย่างของกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงจำนวนหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรณีที่ บุคคลที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นคนไทยตัวอย่างแต่เมื่อเกิดเหตุกรณีข้อวิวาทบนท้องถนนจนนำไปสู่เรื่องของการ “กราบ รถ.....” ที่ฉาวโฉ่ และอีกหลายๆเรื่องนั้น ก็ก่อให้เกิดการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางระหว่างพี่ วตท 24 หลาย ๆ ท่านซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ และเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับการอบรมในสถานที่ซึ่งมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ผู้บรรยายสามารถที่จะตั้งประเด็นคำถามและกำหนดตัวเลือกให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถที่จะเลือกแสดงความเห็นได้ในลักษณะของการโหวต และผลที่ได้จะถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วและนำขึ้นสู่จอในห้องบรรยายทำให้เราได้เห็นว่าความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมนั้นเป็นอย่างไร และสามารถที่จะใช้เพื่อการอภิปรายต่อไปได้อีกด้วย (แทนที่จะต้องมีการยกมือ นับจำนวน หรือ ลงมติในกระดาษ ให้เสียเวลา) หลาย ๆ เรื่องที่ท่านหยิบยกมาก็ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างกว้างขวางครับ

         สุดท้าย...ท่านก็ได้หยิบยกประเด็นเรื่องของ social sanction ซึ่งท่านได้กล่าวว่าภาษาไทยนั้นแปลว่า การลงโทษทางสังคม ซึ่งอาจจะไม่ตรงเสียทีเดียว 100% เนื่องจากคำว่า sanction นั้นไม่ได้แปลว่าการลงโทษแต่เพียงอย่างเดียวแต่อาจจะหมายถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดผลทางด้านบวกด้วย แต่เพื่อให้เข้าใจตรงกันท่านก็จะขอใช้คำว่าการลงโทษทางสังคมไปก่อนเพื่อให้เข้ากับบริบทของ Corporate Governance เหตุผลที่ Social sanction มีความสำคัญกับเรื่องของ CG ก็เพราะว่าในปัจจุบันนี้ social media ต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมากและการแพร่กระจายข้อมูลก็ทำได้อย่างรวดเร็วมาก

     ดังนั้น..หากมีการกระทำผิดหรือมีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้นขององค์กรหรือบุคคลก็ย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อธรรมาภิบาลและภาพลักษณ์ขององค์กรด้วยอย่างแน่นนอน และอาจจะเสียหายรุนแรงหนักว่าที่เคยเป็นมาในอดีตเสียด้วยซ้ำ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 27 พฤษภาคม 2560 19:17 แก้ไข: 27 พฤษภาคม 2560 19:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Zenki และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.252.54
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ