นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 411
ความเห็น: 0

ม.อ.ผลิตหนังสือน่าอ่าน พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่นจากผลการวิจัย

ม.อ.ผลิตหนังสือน่าอ่าน พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่นจากผลการวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฤทัยชนนี  สิทธิชัย อาจารย์ประจำสาขาการจัดการสารสนเทศ  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำผลการวิจัย  พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่น มาถ่ายทอดเป็นหนังสือน่าอ่าน “พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่น”  (Cyberbullying Behavior among Adolescents) ผลการศึกษาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับใช้และช่วยเหลือวัยรุ่นที่ถูกรังแกบนโลกไซเบอร์ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฤทัยชนนี  สิทธิชัย กล่าวว่า ในสังคมปัจจุบันนี้ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่นมีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันแล้วยังสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์อีกด้วย วัยรุ่นเป็นกลุ่มใหญ่ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงมีภาวะเสียงที่จะตกเป็นเหยื่อหรือมีพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์   หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะกลับกลายเป็นพฤติกรรมที่วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเห็นเป็นเรื่องปกติ

หนังสือเล่มนี้เขียนจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับเครือข่าย European Cooperation in Science and Technology  (COST) ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฤทัยชนนี  สิทธิชัย ที่ได้เข้าร่วมงานด้านพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์กับกลุ่มนักวิจัยจาก 27 ประเทศในยุโรป ภายใต้ชื่อเครือข่าย COST ACTION IS0801 Cyberbullying: Coping with Negative and Enhancing Positive Uses of New Technologies, in Relationships in Educational Settings

การจัดทำหนังสือเล่มนี้เพื่อ วัยรุ่น และผู้ปกครอง ที่จะนำความรู้ ไปใช้เป็นแนวปฏิบัติได้จริง โดยแบ่งหนังสือเล่มนี้ เป็น 6 บท คือ

บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ บทที่ 2 ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์  บทที่ 3 พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ในประเทศไทย บทที่ 4 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของวัยรุ่น  บทที่ 5 กรณีศึกษาพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ บทที่ 6 การป้องกันและการจัดการพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์

ผลการศึกษาวิจัยเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ปกครอง ครู  ผู้ที่สามารถช่วยเหลือวัยรุ่นที่ประสบกับการถูกรังแกบนโลกทางไซเบอร์ อีกทั้งเป็นประโยชน์แก่พื้นที่อื่น ที่จะสามารถนำผลการศึกษาไปปรับใช้ ก่อนที่ปัญหาต่างๆ จะทวีความรุนแรงสู่สังคม และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. ฤทัยชนนี  สิทธิชัย และทีมงานได้ เก็บข้อมูลการวิจัยจากโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 12 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนรัฐจำนวน 6 โรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม 6 โรงเรียน ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 400 คน จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,200 คน  เป็นนักเรียนที่มีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 12 - 18 ปี แบบสอบถามนี้ได้รับการอนุญาตจากศาสตราจารย์ปีเตอร์ สมิธ (Professor Peter Smith) ซึ่งเป็นประธานเครือข่ายการวิจัยพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ใน 27 ประเทศยุโรป ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อรวบรวมเก็บข้อมูลในปี พ.ศ. 2555 โดยใช้เวลาเก็บรวบรวมทั้งสิ้น ประมาณ 4 เดือน และยังได้ทำวิจัยด้วยการสนทนากลุ่ม  และล่าสุดได้จัดสัมมนา การศึกษาการพัฒนาพฤติกรรมนานาชาติ Theme: School Safety and School Learning Climate  เครือข่าย ISSB  (International Society for the Study of Behavioral Development) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

จากผลการวิจัยพบว่าวัยรุ่นชายตกเป็นเหยื่อของการถูกรังแกแบบไม่รุนแรงไม่แตกต่างจากเพศหญิง วัยรุ่นบางคนรังแกผู้อื่นโดยการนำข้อมูลไปเผยแพร่ผ่านทาง Facebook ทำร้ายจิตใจบุคคลที่อ่อนแอกว่า ด้วยคำพูดใช้คำหยาบคายในการต่อว่าหรือสนทนาระหว่างกัน รวมไปถึงการแอบอ้างหรือปลอมแปลงโดยการสร้าง Profile ขึ้นมาเพื่อไปรังแกผู้อื่นบนโลกไซเบอร์

วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมไปรังแกผู้อื่นบนโลกไซเบอร์จะกระทำผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนใหญ่ เพราะสามารถจะใช้งานได้ทุกที่และทุกเวลาที่ว่างหรือที่อยากจะทำ และพบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงมากเพราะในบางคนมีการใช้งานเกือบทั้ง 24 ชั่วโมง และบางคนใช้ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน แม้ขณะอยู่ในโรงเรียนยังมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งวัน แม้ว่าในบางโรงเรียนมีการห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือแต่วัยรุ่นก็แอบเอาเข้าไปในโรงเรียน วัยรุ่นบางคนรู้ว่าในวันพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่ก็ยังใช้งานหรือเล่นอินเทอร์เน็ตทั้งคืนเมื่อไปถึงโรงเรียนก็ง่วงและแอบนอนหลับในห้องเรียน

สำหรับ การส่งเสริมพฤติกรรมทางบวก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. ฤทัยชนนี  สิทธิชัย ได้เสนอแนะไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า 1. การปลูกฝังให้วัยรุ่นรู้จักการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งการเอาใจเขามาใส่ใจเรา จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการสร้างความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 2.การสร้างความเข้าใจถึงความแตกต่างของคำว่า สนุกสนาน กับ ร้ายกาจ สังคมออนไลน์เป็นสังคมแห่งการสื่อสารที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะมีเจตนาการดำเนินการต่างๆ ด้วยความคลุมเครือหรือมีพฤติกรรมที่เรียกว่าร้ายกาจได้โดยไม่ได้ตั้งใจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 3. การมีบุคคลให้คำปรึกษาเมื่อวัยรุ่นเกิดปัญหา วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่ต้องการคนเข้าอกเข้าใจ แวดล้อมไปด้วยสังคมของเพื่อนฝูง ทั้งนี้วัยรุ่นต้องสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตกับใครสักคนที่มีความรับผิดชอบ4.การส่งเสริมให้วัยรุ่นเป็นคนกล้า มีความมั่นใจในตนเอง 5) การหยุดเหตุการณ์ที่ร้ายแรง ควรมีการอบรมรวมถึงการแนะนำวัยรุ่นกรณีเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงว่าอย่าตอบสนองหรือตอบโต้พฤติกรรมนั้นเพื่อไม่เป็นการเติมเชื้อไฟให้แก่วัยรุ่นที่เกเร อาจเป็นทางออกที่จะหยุดวงจรของพฤติกรรมนั้นๆ ได้

ผู้เขียนหนังสือ”พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่น”  กล่าวต่อไปว่า บทบาทของ รัฐบาล โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง เกี่ยวกับพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ในประเทศไทย  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะหาจุดที่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่พฤติกรรมดังกล่าว  คือ ด้านครอบครัว ด้านเกมและภาพยนตร์ที่ชอบ ด้านเทคโนโลยี ด้านความภาคภูมิใจในตนเอง ด้านความคับข้องใจ และด้านอิทธิพลความรุนแรงจากเพื่อน

ด้านครอบครัว วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่มีพฤติกรรมชอบรังแกผู้อื่นบนโลกไซเบอร์มักถูกเลี้ยงดูในรูปแบบที่พ่อแม่ตามใจมากเกินไป หรือการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย และการเลี้ยงดูของบางครอบครัวที่ค่อนข้างจะมีกฎระเบียบรวมถึงข้อห้ามต่างๆ ที่ส่งผลให้วัยรุ่นรู้สึกโดนบังคับจนทำให้วัยรุ่นไม่กล้าแสดงออก ทั้งนี้ยังพบอีกว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวมักไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ บางคนอยู่กับญาติ วัยรุ่นบางคนต้องใช้ชีวิตคนเดียวเพราะที่บ้านมีปัญหาพ่อแม่แยกทางกันและต้องมาเรียนในตัวเมืองเมื่อสิ้นเดือนก็ได้รับเงินที่ส่งมาให้แค่นั้น พ่อแม่ไม่ใคร่จะสอบถามหรือแสดงความห่วงใย ทำให้วัยรุ่นรู้สึกเหมือนขาดความอบอุ่นในครอบครัวจึงหากิจกรรมอย่างอื่นที่ตนเห็นว่าสนุก ทำโดยขาดวิจารญาณ รวมถึงขาดการอบรมในทางที่ถูกที่ควรจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

วัยรุ่นบางส่วนที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่แต่เคยเห็นพฤติกรรมที่พ่อแม่ใช้ความรุนแรงต่อกันอยู่บ่อยครั้ง และบางคนเคยถูกลงโทษที่รุนแรง ดังนั้นกล่าวได้ว่าสภาพของครอบครัวรวมถึงการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ต่อลูกมีผลต่อการเกิดพฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ เนื่องจากสภาพของครอบครัวรวมถึงการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่มีผลต่อการพัฒนาด้านบุคลิกภาพ การปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญและมีความละเอียดอ่อนที่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

 “…ผมโดนพ่อถีบเพราะเถียงต่อปากต่อคำ แต่ส่วนใหญ่จะดื้อกลับบ้านช้าโดนตีกับไม้เรียวบ่อย…” (ซา, 2558)

“…ผมเคยโดนแม่ตีหนักเลยครับ เพราะผมกับพี่ต่อยกันทะเลาะกัน…” (พัฒน์, 2558)

“…อยู่บ้านคนเดียว เพราะแม่อยู่ในเมืองและผมก็จัดการดูแลตัวเองทุกอย่าง ส่วนพ่อก็ติดต่อไม่ได้เพราะแยกทางกับแม่ไปนานแล้ว…” (กร, 2558)

“…ใช้ทั้งวัน ยกเว้นเวลานอนหลับ ขาดไม่ได้ เล่นทุกวัน ในห้องน้ำหนูยังเอาไปเล่นเลย เอาไปถ่ายรูปเวลาอาบน้ำ แบบภาพเซ็กซี่ๆ แบบนี้แล้วโพสใน Facebook มีคนมากดไลท์กระจายค่ะ 555”

            การอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย รวมไปถึงครอบครัวที่มีกฎระเบียบมากจนเกินไปส่งผลให้วัยรุ่นส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนขาดความอบอุ่นในครอบครัวจึงหากิจกรรมอย่างอื่นที่ตนเห็นว่าสนุกทำโดยขาดวิจารญาณ รวมถึงขาดการอบรมในทางที่ถูกที่ควรจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง รวมไปถึงครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงต่อกันอยู่บ่อยครั้ง

การเห็นบิดามารดาตบตีกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดและเขาให้ความเคารพนับถือจะส่งผลให้วัยรุ่นเกิดการเรียนรู้โดยสังเกตตัวแบบ แล้วมีการซึมซับพฤติกรรมจนกระทั่งเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าว

ด้านเกมและภาพยนตร์ที่ชอบ วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่มีพฤติกรรมไปรังแกผู้อื่นบนโลกไซเบอร์จะชื่นชอบการเล่นเกมต่อสู้ เกมประเภทรุนแรง เกมยิง และเป็นลักษณะของเกมออนไลน์ที่สามารถพูดคุยกันได้โดยใช้เสียงและทั้งพิมพ์โต้ตอบกันในเกมโดยส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับคำหยาบคาย การด่าทอกัน พบว่าการรับชมภาพยนตร์และข่าวสารที่รุนแรงในโทรทัศน์ส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงของวัยรุ่น โดยวัยรุ่นที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงมีโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมรุนแรงสูงกว่าวัยรุ่นที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความรุนแรง

หนังสือ”พฤติกรรมการรังแกบนโลกไซเบอร์ของวัยรุ่น” รูปเล่มสวยงาม จำนวน 174 หน้า  ข้อมูลทางบรรณานุกรมสำนักหอสมุดแห่งชาติ ISBN 978-616-271-359-0   โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฤทัยชนนี  สิทธิชัย  ruthaychonnee.s@psu.ac.th คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทร. 0835262067 ราคาเล่มละ 250 บาท  มีจำหน่ายที่ ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์หนังสือหนังสือธรรมศาสตร์  และศูนย์หนังสือจุฬา ทั่วประเทศ 

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 01 พฤษภาคม 2560 14:52 แก้ไข: 01 พฤษภาคม 2560 14:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ยาดม และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.156.47.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ