นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

anni
Ico64
เบญจมาศ เฉลิมวงค์
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
ภาควิชาสัตวศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 1 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 3035
ความเห็น: 0

เรื่องของหมูตอนอวสาน

การเลือกซื้อเนื้อหมู

    บันทึกนี้ก็จะเป็นตอนจบของซีรี่ย์ เรื่องของหมูๆ
หลังจากบันทึกมาแล้ว 2 ตอน
การแบ่งเนื้อหมูเพื่อชำแหละขาย http://share.psu.ac.th/blog/work-depart1/25239
การเลือกซื้อเนื้อหมู    http://share.psu.ac.th/blog/work-depart1/25201
 
      ความยืดหยุ่น
  • ถ้ากดแล้วนิ่มไม่เด้งกลับ เป็นเนื้อหมูอายุน้อย (น้อยกว่า 4 เดือน) ทำอาหารเนื้อจะนิ่มเหลว
  •  ถ้ากดแล้วแข็งไม่หยุ่นตัว เป็นเนื้อหมูอายุมาก (มากกว่า 9 เดือน)        ทำอาหารเนื้อจะแห้ง แข็ง กระด้าง
  •  ถ้ากดแล้วยืดหยุ่น เป็นเนื้อหมูอายุพอดี (อายุ 4.5-5.5 เดือน) ทำอาหารแล้วเนื้อจะนุ่มอร่อย
    ลักษณะเนื้อหมูไม่มีสีคล้ำสีดำ เนื้อไม่ช้ำ ไม่แห้งมาก
                                   ลักษณะเนื้อหมูที่ไม่ดี
  •  ถ้ามีสีคล้ำ ช้ำ จะเป็นเนื้อหมูที่ฆ่าเอาเลือดออกไม่ดี
        หรือเวลาฆ่าหมูได้รับการกระทำที่รุนแรง
  •  ถ้าเนื้อแห้งมากเป็นเนื้อที่วางตากลมไว้นานเนื้อไม่มีสีเขียว เป็นเมือก มีกลิ่นไม่ดี ไม่มีพยาธิ ฝี หนอง
  •   ถ้าเนื้อมีสีเขียว เป็นเมือก มีกลิ่นไม่ดี เป็นเนื้อที่เอาเลือดออก 
       ไม่ดี วางไว้ที่อากาศร้อนนานจนแบคทีเรียเจริญในเนื้อ
  •   ถ้าเนื้อมีกลิ่นปัสสาวะ เหม็นเขียว เป็นเนื้อหมูเพศผู้ที่ไม่ได้ตอน
  •   เนื้อมีพยาธิ ฝี หนอง เป็นหมูที่มีการจัดการด้านสุขาภิบาลไม่ดี

 

คุณค่าทางอาหารของเนื้อหมู

ไวตามิน และแร่ธาตุ
เนื้อหมูมีไวตามินที่ละลายในน้ำ โดยเฉพาะมี บี 1 สูง
นอกจากนี้ในตับยังมีไวตามิน เอ อยู่สูง
ในเนื้อสัน 100 กรัม จะมีไวตามินถึง 70 % ของที่คนต้องการในแต่ละวัน
เนื้อหมูมีธาตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง แต่ขาดแคลเซียม โซเดียม ในตับจะมีธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง
 
ไขมันและกรดไขมัน
เนื้อหมูมีไขมันมากกว่าในเนื้อโค และเนื้อไก่
-น้ำมันหมูมีกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าไขมันวัว
-น้ำมันหมูมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่าไขมันวัว
-น้ำมันหมูมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงกว่าไขมันวัว
-เนื้อหมูสมุนไพรโอเมก้า 3 มีกรดไขมันโอเมก้า 3 (220 มก./ เนื้อ 100 ก.)สูงกว่าในปลาทูนา (200 มก./ 200 ก.) ปลาแซลมอน(100 มก./ 200 ก.) และปลาเฮอร์ริง(100 มก./ 200 ก.)

 

       ขอขอบคุณ รศ.ดร.ยุทธนา ศิริวัธนนุกูล ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูล
หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 25 กันยายน 2555 11:07 แก้ไข: 25 กันยายน 2555 11:07 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.81.28.10
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ