นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1607
ความเห็น: 3

ยุทธจักรกว้างใหญ่ อันดับของสำนักดีอยู่ที่แผนและผล : ก๊กนี้ มีดีที่โจโฉ

ไม่เคยเขียนเรื่องลงหมวดหมู่ประกันคุณภาพฯ เลย ลองของเสียหน่อยครับ

   จากการประกาศคะแนนผลการประเมินการประกันคุณภาพ ของ สกอ.ปีการศึกษา 2553 ที่ได้รับทราบโดยทั่วกันไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ พบว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการจัด Rate หน่วยงาน ตามคะแนนการประเมินคุณภาพ ด้วยครับ ทั้งเกรดดีมาก และดี

 

     คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ขึ้นมาเป็น Top five ของมหาวิทยาลัยได้

 

    แม้ว่าหลายคนจะแอบบ่นหลังเวทีกันไปบ้าง ว่าจริงๆ อาจเป็นการจัด Rate หน่วยงานที่มีผลงานและหลักฐานครบถ้วนเสียมากกว่า เพราะคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยนั้นไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ ว่าใครดีกว่ากัน พราะสาขาความเป็นเลิศ ความเชี่ยวชาญ นั้นล้วนต่างกัน เช่น เอากบกับไก่ มาแข่งว่ายน้ำและ วิ่งบนบกกัน อย่างไรกบก็ว่ายน้ำเก่งกว่าไก่ และไก่ก็เดินเร็ว บินไวกว่าครับ ต่างคนต่างมีดี มีอาจเปรียบเทียบกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

 

      ดังนั้น การประลองยุทธครั้งนี้ จึงขึ้นอยู่กับ “กระบวนการ” หรือ กระบวนท่า เสียแล้ว ว่ากระบวนท่าของใครจะดีกว่ากัน

 

    ทั้งเคล็ดลับวิชาที่ฝึกฝน วรยุทธที่บ่มเพาะมานาน เพราะคนที่วางแผนรบมาก่อน ย่อมได้เปรียบ สำนักเก่าแก่ย่อมผ่านศึกหนักมามาก ย่อมไม่ยากที่จะไร้เทียมทาน บางสำนักเองก็มีเคล็ดวิชาลับ ขุดคุ้ยหลักฐาน เคล็ดวิชามากมายขึ้นมาสำแดงได้ภายในไม่กี่เดือน

 

      แต่น่าสงสารบางสำนัก ที่มีของดีมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาประลองยุทธ กลับเสียท่า เพราะชะล่าใจ ตกอันดับเพียงเพราะขาดการสื่อสาร เชื่อมต่อ รวบรวมคัมภีร์ยุทธที่ตนมีอยู่เต็มท้องพระโรง

 

         สำนักของตนเองที่ได้รับการจัดอันดับสูงในยุทธจักร กลับไม่ได้ดีใจซะทีเดียว เพราะมีปัญหาก็มีมากมายตามมาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเกิดความหนักใจในการปรับกระบวนท่าให้พร้อมรับมือในคราวหน้าให้มากขึ้น คิดงาน สร้างแผน คิดค้นกระบวนการให้มากกว่าเดิม ด้วยเพราะคะแนนที่ได้มา กลับเป็นสิ่งเสมอตัว และต้องใช้เป็นฐานส่งให้คราวหน้า มีคะแนนน้อยกว่าเดิมไม่ได้ เราจึงแพ้ไม่ได้ แม้แต่เท่าเดิมก็ยังไม่ได้เลย

 

       ดังนั้น ความหนักใจในการทำงานเพื่อประกันคุณภาพ (หมายถึง ประกันคุณภาพงานตนเองว่าดี) ในฐานะคนนอกที่ไม่ได้อยู่งานประกัน แต่ต้องทำงานให้อยู่ในประกันนั้น ตนเองมองว่า คือ การวางแผน และ การรวบรวมหลักฐาน ตามกระบวนการที่ทำได้ดีอยู่แล้ว

 

        ทั้งนี้หน่วยงานอื่นๆ นั้น หากใครต้องเป็นแม่ทัพใหญ่ของทัพงานบริการการศึกษา แล้วนั้น ย่อมต้องเจอปัญหาไม่ต่างกันมาก คิดว่าอาจมีส่วนต่างๆ เช่น

 

       1. ตัวบุคคลเอง : คนที่ทำงานประจำของตนเองนั้น อาจไม่ได้ให้ความร่วมมือในการ รวบรวม สรุป รายงาน ให้หน่วยประกันได้อย่าง 100 % อาจเป็นเพราะว่า

  ก) บางคนทำงานประจำอย่างเต็มเวลาอยู่แล้ว (ทั้งในและนอกเวลา)

  ข) บางคนอาจมีทักษะความสามารถในการ รวบรวม สรุป รายงาน ที่น้อย สมควรให้เวลาในการศึกษาพัฒนาในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งคนที่มีความเข้าใจและทักษะการสังเคราะห์ข้อมูลสูง เช่น หัวหน้างาน ฝ่ายประกันคุณภาพ รวมทั้งรองคณบดีที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเป็นคนช่วยสอน ช่วยพัฒนาในระยะแรกก่อน โดยเฉพาะเปลี่ยนการทำงานรูปแบบที่ทำงานให้ผ่านๆ เป็นการทำงานเชิงสังเคราะห์มากขึ้น ซึ่งทุกคนนี้มีหน้าที่โดยตรงในการช่วยพัฒนาบุคคลในงานนี้อยู่แล้ว

  ค) อย่างแย่ที่สุด ในใจของตัวบุคคลเอง ก็อาจมีความอคติกับการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองต้องเหนื่อยขึ้น ว่าทำไมต้องมาทำงานเพื่อประกันอยู่ หรือ มีความเกลียดคร้านอยู่บ้าง ซึ่งข้อหลังนี้ ทุกคนย่อมมีอยู่แล้ว แม้แต่ตัวผมครับ

 

       2. ระบบที่ยังไม่พร้อม : การที่ระบบการรวบรวมข้อมูลที่ไม่พร้อม เป็นปัญหาหลักในการรวบรวมผลงาน หลักฐาน และทำให้เสียเวลาในการทำงานมากขึ้นเป็นสิบเท่าตัว

 

      เปรียบดังคนขุดดินแต่ไม่มีจอบให้ใช้ คงยากที่จะขุดได้เร็ว ได้สำเร็จ เผลอๆ เหนื่อยมากๆ เลิกขุดซะอย่างนั้น ดังนั้นคณะที่มีเครื่องมือ เป็นฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมที่สมบูรณ์อยู่แล้ว ทุกคนคงสะดวกที่จะกรอกข้อมูล ใช้เวลาน้อยลงในการทำงานครับ และมีความสุขกับงานประกันมากขึ้นครับ

 

       3. ภาระงานที่เพิ่มขึ้น : เรื่องภาระงานเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดถึง เพราะจะทำเป็นเหมือนการแก้ตัว แต่เป็นเรื่องจริง ที่คนซึ่งต้องรับผิดชอบในตัวบ่งชี้ หรือ องค์ประกอบนั้นต้องทำงานมากขึ้น ในเวลา เครื่องมือ และสติปัญญาที่เท่าเดิม รวมถึงคนอื่นก็ไม่ได้มองว่าภาระงานของคนกลุ่มนี้มีมากขึ้น ทั้งที่หัวใจของคณะและการประกันคุณภาพคือกลไกการ “รายงาน” งานบริการการศึกษา (การเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ) ทำให้ภารกิจของแต่ละคนในงานเพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่ได้เกลี่ยงานออกไป การทำงานให้ดีเท่าเดิมที่เคยมี จึงถูกเฉลี่ยลดลงด้วยงานที่เพิ่มขึ้น

 

      4. หน่วยประกันที่ดี : หน่วยงานไหนมีหน่วยประกันที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง หากเป็นเรื่องสามก๊กแล้ว ก็ดังก๊กของเล่าปี่ที่มีท่านโจโฉคอยสนับสนุน วางแผน นำทัพ โดยมีท่านผู้บริหารเป็นกลุ่มผลักและดันให้ทำงานได้อย่างเต็มที่

 

        ซึ่งหน่วยประกันคุณภาพนั้น ตนเองคิดว่าเป็นหน่วยใหม่ ที่แต่ละสำนักอาจเพิ่งตั้งตัวได้มาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้น จะหาคนที่มีฝีมือนั้นย่อมยากมิใช่น้อย แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่ปัญหาของสำนักตนเอง  เพราะเรามี “มือดีที่สุด” คนหนึ่งอยู่ในมือ ทำงานได้ดี เก่ง มุ่งมั่น  ตั้งใจ และมีวุฒิภาวะสูงมาก ที่ต้องชื่นชม เพราะท่านต้องต่อกรกับฝ่ายให้ข้อมูลทั้งคณะในการนำข้อมูลมารวบรวม สรุป และนำสิ่งที่ได้มาเข้าประลองยุทธ ในยุทธจักรฯ

 

       แม้ว่าตนเองจะเป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูลแก่ท่านโจโฉ (หน่วยประกันคุณภาพ) แต่บ่อยครั้งก็มีขัดใจกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ด้วยความตั้งใจทำงานเพื่อคณะและเพื่อส่วนรวมของเราทั้งสอง จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่อาจถูกทำลายไปได้ และ เรายังคงทำงานและเดินไปด้วยกันอีกยาวไกล เพื่อคณะ และเพื่อเพื่อนมนุษย์ครับ...จริงมั้ยครับ ท่านโจโฉ

 

    เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 25 มกราคม 2555 21:52 แก้ไข: 25 มกราคม 2555 21:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

วิเคราะห์ได้อย่างเห็นภาพจริงเลยครับ

ไหง..อ่านบันทึกนี้แล้วไซร้

เหมือนกับบรรยากาศการพากษ์หนังจีนที่กำลังจะออกศึกรบ ยังไงไม่รู้

ทั้งๆ ที่อ่านในใจ !!!!!!!!!!!!!!!

ขัดกันบ่อยๆ ก็ทำใหรักกันมากขึ้นครับ

 

 เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.153.39.7
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ