นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1444
ความเห็น: 4

เมื่อวันนึงเราเป็นลูกพี่ (รุ่นพี่) และมีรุ่นน้อง

ลูกพี่ต้องเสียสละเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องความทุ่มเทในการทำงาน เวลาในการทำงาน เงินทอง หรือความสะดวกสบายของตนเอง ให้น้องเห็นเป็นแบบอย่างที่ดี แล้วทำตาม ไม่ใช่ว่าให้น้องขยันทำงาน แต่ตัวเองขี้เกียจ เพราะถือว่ามีคนมาช่วยงานแล้ว

        ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก ขอเริ่มบันทึกด้วยนิยามคำว่า ลูกพี่ ก่อน ตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๒ ในระบบออนไลน์ ให้ความหมายไว้ ดังนี้

 

    ลูกพี่ (ปาก) น. คำที่ลูกน้องหรือลูกสมุนเรียกเพื่อยกย่องผู้ที่เป็นหัวหน้านักเลง เป็นต้น

 

     ส่วนคำว่าลูกน้อง รู้สึกว่ามีความหมายไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็นลูกพี่เท่าไหร่ ดังนี้

 

ลูกน้อง (ปาก) น. บริวาร, ผู้อยู่ในปกครองหรือใต้บังคับบัญชา, ผู้ใกล้ชิดเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน

 

       โดยส่วนตัว ชอบความหมายหลังมากที่สุด คือ "ผู้ใกล้ชิดเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน"

 

       ส่วนคำว่า "รุ่นน้อง" ไม่มีนิยามความหมายให้ในพจนานุกรมออนไลน์ฉบับนี้ครับ แต่คิดว่า ตนเองน่าจะใช้คำว่า "รุ่นน้อง" ได้สนิทใจกว่าคำว่าลูกน้องครับ

 

       กลับมาดูที่ตัวเราเองต่อ ว่าตนเองเพิ่งมีอายุงานครบ 8 ปี ไปไม่กี่วันมานี้ และวันนี้เราก็มีน้องใหม่เพิ่งเรียนจบเข้ามาร่วมงานด้วย แล้วหัวหน้ายกให้เป็นลูกน้องของเราซะนี่ ให้อยู่ในการดูแล เพื่อช่วยเหลือทำงานด้านต่างๆ ของศูนย์เครื่องมือกลาง คณะวทท. ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ

 

       จะเห็นได้ว่า ผู้บริหารมอบหมายให้เรา "ดูแล" และให้น้อง "ช่วยเราทำงานเรื่องๆ ต่าง" ดังนั้น ในความรู้สึกของเรา น้องของเราคนนี้ อาจไม่ได้เป็น ลูกน้องหรือรุ่นน้องของเราเสียทีเดียว เพราะส่วนหนึ่งเค้าก็คือเพื่อนร่วมงานของเรามากกว่า แต่หากมองอีกด้านหนึ่ง เราก็รู้สึกอยากเป็นลูกพี่ของน้องเขาไปด้วยเพราะลูกพี่ กับ เพื่อนร่วมงาน มันอาจมีความต่างกันอยู่บ้างประมาณนึง

 

      แล้วบทบาทของลูกพี่ที่ดีล่ะ มันเป็นยังไง...บันทึกนี้ขอบอกตามความคิดส่วนตัวแล้วกัน ถูกผิดตามหลักตรรกหรือไม่ หรือ ถูกใจใครหรือไม่อย่างไร ค่อยว่ากัน

 

     - "ลูกพี่" ไม่ใช่ "หัวหน้า" ดังนั้นเราไม่ได้สั่งงาน แต่เราจะสอนงาน ขอความช่วยเหลือ และแบ่งเบางานกันทำมากกว่า โดยเราอาจร่วมคิดและตัดสินใจในการทำงานไปด้วยกัน

 

    - "ลูกพี่" ต้องรับผิดแทน "รุ่นน้อง" ก่อนเสมอ เพราะเรามาก่อน หากมีข้อผิดพลาด คนผิดคนแรกคือเรา ที่ไม่ดูแลน้อง ไม่สนใจงานน้อง หรือ บางครั้งสิ่งที่น้องทำผิดอาจมาจากการทำงานแบบผิดๆ เดิมๆ ของเราก็เป็นได้

 

   - เมื่องานได้รับความชอบ ก็ควรยกให้รุ่นน้องก่อน (ถ้าเป็นไปได้) ไม่จำเป็นว่าเราต้องเข้าไปเอาหน้าก่อนเสมอไป เพราะการที่รุ่นน้องทำงานได้ดี สำเร็จ ส่วนหนึ่งมันก็สะท้อนมาจากลูกพี่ดูแลดีอยู่แล้ว ที่สำคัญ เราก็ทำงานมานานแล้ว รู้ร้อนรู้หนาวมามาก ได้ดิบดีได้มาก็บ่อย (โดนด่าก็ไม่น้อย...อิอิ) ให้รุ่นน้องเค้าได้รับความสุขจากการทำงานมากๆ เค้าจะได้ภูมิใจในงาน และมีความตั้งใจในการทำงานชิ้นต่อๆ ไปด้วย "ทุกคน happy องค์กรพัฒนา ชีวามีสุข"

 

   - ลูกพี่ต้องสามารถทำงานเล็กๆ น้อยๆ หรือ งานกระหยุมกระหยิมร่วมกับรุ่นน้อง หรือทำแทนได้ ไม่เกี่ยงว่าเราอยู่มานาน แล้วจะทำบางงานไม่ได้ เพราะงานบางครั้ง ก็ต้องช่วยกันทำ ถึงจะเสร็จเร็ว ไม่ใช่ว่าจะนั่งวางแผนอย่างเดียวแล้ว ให้รุ่นน้องปฏิบัติฝ่ายเดียว หรือบางครั้ง เมื่อน้องไปฝึกอบรมข้างนอก (ต้องส่งไปบ่อยๆ ในช่วงปีแรก) เราก็ต้องแบ่งเบางานของน้องมาช่วยทำด้วย ตามความเหมาะสม และความรับผิดชอบ ประหนึ่งว่า งานเล็กงานใหญ่ ฉันทำได้หมด

 

    - ลูกพี่ต้องเสียสละเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องความทุ่มเทในการทำงาน เวลาในการทำงาน เงินทอง หรือความสะดวกสบายของตนเอง ให้น้องเห็นเป็นแบบอย่างที่ดี แล้วทำตาม ไม่ใช่ว่าให้น้องเสียสละ ให้น้องขยันทำงาน แต่ตัวเองขี้เกียจ เพราะถือว่ามีคนมาช่วยงานแล้ว

 

    - ลูกพี่ต้อง ส่งงานที่ยากและมีความท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อยไปให้ลูกน้องทำด้วย ตามเวลา ความเหมาะสม และศักยภาพของรุ่นน้อง เพื่อให้น้องได้มีการพัฒนาตนเอง มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น มีการวางแผนมากขึ้น เพื่อสักวันเค้าจะได้ขึ้นมาเป็นลูกพี่ได้อย่างเต็มตัว เต็มภาคภูมิ เหือนอย่างที่เราเป็น

 

      เพราะความเป็นลูกพี่ ไม่ได้มีแค่ในนิยามที่เอ่ยไว้ตอนต้นบันทึก แต่มันมีความหมายลึกซึ้งเกินอธิบายให้ครบถ้วนได้ด้วยข้อความ หลายคนคงเข้าใจดี เพราะเป็นมาแล้ว เป็นมามานาน และทำตัวเป็นลูกพี่ที่ได้น่าชื่นชมอยู่แล้ว จึงขอจบบันทึกเรื่อง "เมื่อวันนึงเราเป็นลูกพี่ (รุ่นพี่) และมีรุ่นน้อง" สั้นๆ ไว้เพียงเท่านี้แล้วกัน

 

      บันทึกนี้ อุทิศแด่ ลูกพี่ของผมทั้งหลายครับ....อิอิ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 02 สิงหาคม 2556 13:11 แก้ไข: 02 สิงหาคม 2556 13:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

"พี่เลี้ยง"

"พี่"

คำนี้มีความหมายอยู่ในตัวเอง ในเชิง "ดูแล"

อิ...อิ...

กับผมเรียกชื่อปกติ ก็ได้ไม่อยากเป็น ซุ้มเจ้าพ่อ อิ อิ อิ

ที่กล่าวมาก็คล้าย ๆกับการ coaching อยู่นะครับ และต้องตามด้วย follow up ด้วยครับ สอน บอก ตักเตือน แนะนำ ต่อไปครับ

เป็นพี่เลี้ยงนั้นเป็นอยู่แล้วครับ แต่ที่มากกว่าพี่เลี้ยง คือเราอาจต้องรับผิดชอบเค้าด้วย ดังนั้น เป็นทั้งพี่เลี้ยง และ ลูกพี่ไปด้วยกันแล้วกันครับ

 

แล้วก็ชอบคำว่า coaching ด้วยครับ จะนำไปใช้ = สอนบอก ตักเตือน แนะนำ

 

แค่ใครเรียกเราพี่ก็คงพอใจแล้วครับ ใช้มั้ยครับพี่ทดแทน

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ