นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3480
ความเห็น: 3

การหาปริมาณเกลือในบูดู

ตนเองไม่ได้มีหน้าที่ผลิตบูดูครับ แต่รับภารกิจในการวิเคราะห์ปริมาณเกลือในบูดูที่ส่งออกขาย โดยวิธีการวิเคราะห์ปริมาณเกลือในบูดู มีวิธีมาตรฐานคือวิธี Mohr Method หรือ การหาปริมาณ NaCl ในตัวอย่าง ซึ่งวิธี Mohr Method เป็น standard method หนึ่งใน Argentomerty method โดยวิธีการหาปริมาณเกลือในบูดู

        บูดู เป็น OTOP ที่มีชื่อเสียงจากจังหวัดปัตตานี หากเจาะลงไปถึงระดับอำเภอแล้ว บูดูอำเภอสายบุรีถือเป็นกลุ่มที่ทำมายาวนานและมีชื่อเสียงมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ

 

         วิธีการทำ ก็หาได้จากในโลกอินเตอร์เน็ต สรุปคร่าวๆ คือ ใส่ปลากะตัก หรือ ปลาทะเลอะไรก็ได้ ผสมกับเกลืออัตราส่วนประมาณ 3:1 หรือ 4:1 แล้วแต่ละสูตรจากนั้นก็นำไปหมักไว้ในโอ่ง หรือ ไห หรือบ่อ ระยะแรกอาจเติมปลาเป็นระยะ และปิดฝาไม่ให้แมลงวันลงไปตอม และเพื่อไม่ให้อากาศลงไปรบกวนกระบวนการหมักแบบ anarobic ด้วย และหมักรอไว้ประมาณ 1 ปีบวกลบตามเคล็ดลับวิชาของใครของมัน

 

        ตนเองไม่ได้มีหน้าที่ผลิตบูดูครับ แต่รับภารกิจในการวิเคราะห์ปริมาณเกลือในบูดูที่ส่งออกขาย โดยวิธีการวิเคราะห์ปริมาณเกลือในบูดู มีวิธีมาตรฐานคือวิธี Mohr Method หรือ การหาปริมาณ NaCl ในตัวอย่าง ซึ่งวิธี Mohr Method เป็น standard method หนึ่งใน Argentomerty method โดยวิธีการหาปริมาณเกลือในบูดู ดังนี้

 

      ชั่งตัวอย่างบูดูที่กวนผสมกันดีแล้วประมาณ 10 กรัม และนำไปปั่น ด้วย Homogenizer แล้วนำมากรองด้วยกระดาษกรอง แล้วล้างกระดาษกรองด้วยน้ำกลั่นจนหมด ใส่ในฟลาส์กรูปชมพู่

 

     จากนั้น นำมาเติมโพแทสเซียมโครเมต เล็กน้อย ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ แล้วนำไปไตเตรทด้้วย ซิลเวอร์ไนเตรต จะได้ตะกอนซิลเวอร์คลอไรด์ออกมา ตามสมการ

 

NaCl(aq) + AgNO3 (aq)    ------>    AgCl (s) + NaNO3 (aq)

 

   ระหว่างการไทเทรตจะเห็นตะกอนสีขาวของ AgCl เกิดขึ้นมา แต่เมื่อถึงจุดยุติ จะกลายเป็นตะกอนสีแดงอิฐแทน (ตนเองว่าไปทางส้มมากกว่า)

 

     เมื่อไทเทรตเสร็จแล้ว ก็นำค่า blank มาลบ และคำนวณย้อนกลับ เป็นค่าปริมาณคลอไรด์ และคำนวณหาโซเดียมคลอไรด์ ซึ่งคือเกลือของเรานั่นเอง

 

      ซิลเวอร์ไนเตรต (AgNO3) 0.1 M ที่ใช้เป็นสารมาตรฐาน ก็ต้องทำ Standardize ด้วย NaCl บริสุทธิ์ AR grade ที่ผ่านการอบที่ 120 องศาเซลเซียสก่อนสัก 6 ชั่วโมง มาแล้ว

 

       ทั้งนี้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ระบุว่า เกลือในบูดูมีไม่น้อยกว่า 19 % ส่วนพี่วิกิพีเดีย บอกว่าจะอยู่ในช่วง 19-25% ส่วนที่ตนเองเคยวิเคราะห์รู็สึกอยู่ที่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์กว่าๆ ขอกลับไปค้นหาข้อมูลก่อน แล้วหากมีโอกาส จะกลับมารายงานผลการวิเคราะห์อีกครั้งนะครับ

 

(Credit ภาพ กดที่ภาพจ้า)

 

    บูดูอาจไม่ใช่ของฝากที่ใครจะซื้อไปฝากกัน แต่หากใครได้ลองทานน้ำพริกบูดู หรือ ข้าวยำน้ำบูดู คงติดใจ ไม่รู้ลืม แน่นอน ท้าวเคยลองทำแล้วยังล่ะครับ อิอิ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

นั่งเขียนมาสองชั่วโมง แบบมีเรื่องกวนตลอดเวลา ให้ลุก ให้หยุดเขียน ให้เปิดหน้าอื่นตลอด
หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 สิงหาคม 2556 15:41 แก้ไข: 11 สิงหาคม 2556 08:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ฟลากซ์รูปชมพู่ :=>ฟลาสค์รูปชมพู่ ไหมคะ มาจาก flask 

Cradit ภาพ:=> Credit เครดิต ส่วน cradit ไม่มีความหมายค่ะ

ขออนุญาตช่วยแก้ไขนะคะ เขียนอธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ดีแล้วค่ะ เสียดายตรงที่ผิดนิดหน่อยเนี่ยค่ะ 

ท้าว ทำแล้วจร้า! วันนี้เอง

บูดูผักสด ที่บันทึกนี้ค่ะ ตามมากินได้เลยยย

อิ..อิ...

พี่โอ๋ ขอบคุณครับ แก้แล้วจ้า

 

ท้าว สุดยอดครับ คราวหน้า จะเขียนเรื่องยากๆ ให้ท้าวตามทำกับข้าวอีก อิอิ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.153.39.7
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ