นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1630
ความเห็น: 4

ทฤษฎี Co-ordinate Covalence, Formular Charge, VSEPR, Atomic Orbital, Molucular Orbital, Hybride Orbital, B.M.O, A.M.O ฉบับ ใจสั่งมา (1)

หากเราไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เมื่อโดนซักโดนถามในเรื่องราวที่ลึกซึ้ง ก็จะจนมุมเอาได้ ทำให้เกิดอาการเสียหน้า เสียความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้เด็กเกิดปัญหาคาใจในการเรียนรู้ได้ เราต้องอย่าไปแป๊กความรู้ของเค้า เด็กที่ซักที่ถามเราในวันนี้ อาจเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ หรือบุคคลสำคัญระดับโลกในวันหน้าก็เป็นได้

      ตนเองเป็นนักเคมี แต่เมื่อก่อนไม่เคยชอบเคมี เรียนตอน ม.ปลาย ได้เกรดไม่เคยถึง ๔ วิชาที่ชอบจริงๆ คือชีววิทยา

 

       เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ก็มาเรียนวิชาเอกด้านเคมี และ ชีววิทยา สุดท้ายก็เบื่อชีววิทยา เพราะไม่หนุก ไม่ท้าทาย ไม่อยากจะไปแข่งกับใครอีก เลยลองหันมาทางด้านเคมี เพราะตอนนั้นเราไม่เก่ง เห็นเพื่อนเรียนเคมีเก่ง เลยอยากเรียนให้เก่งบ้าง ประมาณว่ามีไอดอลให้เราวิ่งตาม อยากให้คนอื่นชื่นชมบ้าง ไม่มีใครบังคับนะ มันมาจากใจ มาจากความอยากทำ อยากได้ดี อยากเก่งเคมี เรียกง่ายๆ ว่า ใช้ความอยาก..นำทางมา

 

       จากวันนั้นเมื่อปี ๒ ปริญญาตรี ถึงวันนี้ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์เคมี ชีวิตจึงอยู่บนเส้นทางสายเคมีมาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังอ่านหนังสือเคมีอยู่ ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมอยู่ แม้ไม่ใช่อาจารย์ผู้สอนหลัก แต่ตนเองก็ได้สอนนักศึกษาปี ๓ ปี ๔ และบัณฑิตที่มาเรียนด้านเครื่อมือวิทยาศาสตร์และทำวิจัยที่ห้องทำงานตนเองบ้าง ต้องศึกษาไว้ใช้วิเคราะห์สารเคมีและแก้ไขปัญหาด้านการวิเคราะห์และใช้เครื่องมือบ้าง ใช้ทำวิจัยบ้าง และที่สำคัญ ทุกวันนี้ต้องสอนเด็กเก่งๆ หลายคน บางคนรู้มาก ถามมาก ถามจนเรามึนหัวไปเลย (แต่ว่ามีแค่ไม่กี่คนในหลายร้อยคนเท่านั้น ส่วนใหญ่เด็กไทยไม่ค่อยสนใจถามเพิ่มเติมจากที่สอนไป) ซึ่งเนื้อหาทางเคมีที่เราต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมนั้น มีทั้งเนื้อหาต่อยอด หรือ เฉพาะทางสูงขึ้น แต่ที่เราทิ้งไม่ได้ คือความรู้พื้นฐาน ว่าจริงๆ แล้ว ที่มาของพื้นฐานวิชามันมายังไง เราแตกฉาน หรือ กระจ่างในเรื่องพื้นๆ แบบนี้ แค่ไหน

 

        หากเราไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เมื่อโดนซักโดนถามในเรื่องราวที่ลึกซึ้ง ก็จะจนมุมเอาได้ ทำให้เกิดอาการเสียหน้า เสียความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้เด็กเกิดปัญหาคาใจในการเรียนรู้ได้ เราต้องอย่าไปแป๊กความรู้ของเค้า เด็กที่ซักที่ถามเราในวันนี้ อาจเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ หรือบุคคลสำคัญระดับโลกในวันหน้าก็เป็นได้

 

     เกริ่นนำมาสี่ห้าย่อหน้าแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นการพูดถึงทฤษฎีพื้นฐานทางด้านเคมี ซึ่งเป็นทฤษฎีทางพันธะเคมี และเคมีควอนตัม หรือ เคมีออร์บิทัล ซึ่งเป็นเรื่องที่หาหนังสือที่หาหนังสืออ่านง่ายๆ ค่อนข้างยาก ยิ่งอ่านหนังสือแปล ก็ยิ่งงงไปอีก ทฤษฎีมันยากอยู่แล้ว บางตำราไปแปลตรงตัวก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมนักแปลทางวิชาการถึงกลัวการแปลผิดจากต้นฉบับหรือการร้อยเรียงเรื่องราวที่ต่างไปจากเดิมมาก ตนเองไม่ได้บอกให้แปลบิดเบื้อนเรื่องราวใจความสำคัญ แค่ต้องการให้อธิบายให้มันง่ายขึ้น ด้วยภาษาหรือการร้อยเรียงที่คนไทยอ่านได้ถนัด หากไม่กระจ่าง ผู้แปลก็ต้องอ่านเพิ่มเติม ศึกษาเพิ่มเติม หรือทดลองเพิ่มเติม ก่อนมาแปลหรือเขียนหนังสือสักเล่ม

 

    แต่จะว่าไปมันก็ยากจริงๆ นะ หากไม่เชื่อ ลองศึกษาอ่านทฤษฎีตามหัวข้อบันทึก ดูในกูเกิ้ลดูได้ จะรู้ว่าคนแปลทำงานหนักแค่ไหน ซึ่งวันนี้ ตนเองซึ่งศึกษาเนื้อหา และลองอ่านหนังสือแปลดีๆ มาบาง จึงใช้พื้นที่ในแชร์นี้ เพื่อสรุปเนื้อหาของบางทฤษฎี ให้สั้นลง เข้าใจง่ายขึ้น คิดว่าจะเขียนบันทึกไปเรื่อยๆ ไม่นานก็คงจะหมด น่าจะจบทุกทฤษฎีที่จั่วหัวได้ครับ แต่จะจบเมื่อไหร่ ไม่แน่ใจ อิอิ

 

       เอาเป็นว่าเริ่มจากคำว่าทฤษฎีก่อนดีกว่านะครับ ว่ามันไม่ใช่กฏ โดยกฎเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นจริง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น กฎของนิวตัน กฎของเมนเดล ส่วนทฤษฎี คือสิ่งที่ผ่านการทดลองวิเคราะห์หลายครั้งจนแน่ใจว่าถูกต้อง อธิบายข้อเท็จจริงได้ ได้รับความยอมรับ และสามารถนำไปคาดคะเนปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เช่น ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ทฤษฎีควอนตัม ดังนั้น กฎจึงหนักแน่นกว่าทฤษฎี เพราะทฤษฎียังมีการล้มล้างลงได้

 

      ถึงบันทัดนี้ ก็รู้สึกแล้วว่า มันเริ่มจะยาวแล้ว สงสัยตอนที่ ๑ คงต้องหยุดอยู่แค่นี้ก่อน ขอไปทำอะไรอย่างอื่นก่อนพลาง เคลียร์งานก่อนพลาง เอาแบบบันทึกเรื่อยๆ เมื่อยก็พัก ไม่รีบเร่งแล้วกัน วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ค่อยมาว่ากันต่อสำหรับทฤษฎีแรกที่เราจะมาคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน หากมีใครคิดว่าผิด ว่าถูก สามารถแย้งได้ แนะนำได้ ตนเองขอน้อมรับไว้ทุกความเห็นครับ เพราะความรู้ไม่มีถูกไม่มีผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตลอดไม่มีหยุดนิ่ง วันนี้ถูก พรุ่งนี้อาจจะผิดก็ได้ คนติไม่กลัว...ถ้าจะกลัว กลัวจะไม่มีคนแสดงความคิดเห็นมากกว่า เพราะเมื่อเขียนเนื้อหาวิชาการทีไร พี่น้องนักแซวหายทุกที คราวนี้แหละ ได้เป็นบันทึกขึ้นแคร่แน่ (คล้ายวิจัยขึ้นหิ้ง)

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

Sections: การเรียนการสอน
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 26 August 2013 12:41 Modified: 29 August 2013 12:58 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, and 3 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ใครว่า นี่คลิกเข้ามาตั้งใจจะอ่านทฤษฎีเลยนะเนี่ย เพราะมีความรู้เคมีเพียงพื้นฐานเท่านั้น

รออ่านอยู่นะครับ พูดจริง ๆ

พอดีว่ามีบันทึกเรื่องอื่นๆ ให้เขียนมาแทรก เรื่องนี้เลยหยุดไปเลยหลายวัน..ฮิฮิ

 

แต่แบบนี้ยิ่งเกร็งน่าดู มีผู้เชี่ยวชาญระดับคุณคนหมวกเหลืองมารออ่านแบบนี้ กลัวว่าจะอ่านแบบสไตล์เราไม่รู้เรื่องแน่เลย

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

Ico48
Our Shangri-La (Recent Activities)
29 August 2013 14:24
#92299

บันทึกขึ้นเตียงกระมัง

คลิกอ่านถึงหลับเลย

อิอิอิ

มาตามอ่านด้วยคนครับ ถึงแม้จะไม่ชอบเคมี อ่านไปไม่เข้าหัวสักที ประเภทเข้าหูขวาทะลุหูซ้ายประมาณนั้น

เป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ ที่จะมีหนังสือที่แปรมาให้อ่านกันง่าย ๆ  นักเขียนมักจะเคร่งครัดอยู่กับกฏ ทฤษฎี กรอบของวิชาการเกินไป จนลืมไปว่าผู้อ่านไม่ได้มีแต่ผู้ที่รู้แล้ว รู้เลย (ลุงไปเที่ยวเลยซะแล้ว)

อิอิอิ

เราเอง

ไม่ชอบไม่รักเคมีไม่เป็นไรครับ แต่นักเคมีน่ารักยังมีอีกเยอะ อิอิ

 

ทฤษฎีมีไว้ศึกษา เอาแค่รู้และใช้ประโยชน์เป็น ดีกว่า อย่ายึดติดที่ทฤษฎี อย่ายึดติดที่ตัวคน .... ยิ่งเขียนยิ่ง งง ไม่รู้ว่าจะยึดจับอะไรดี

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.156.32
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ