นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2232
ความเห็น: 0

Software Usability แนวรบเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน

ไม่กี่วันก่อน ได้ไปฟังวิสัยทัศน์ ICT2020 ที่โรงแรมลีการ์เดนส์ ผมมีชื่อติดไปนั่งฟังกับเขาด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับการบริการวิชาการผ่านเว็บของคณะ

วิทยากรท่านหนึ่ง คือคุณหมอก้องเกียรติ มาจากภูเก็ต ยกประเด็นที่น่าสนใจมาบนเวที ให้คนในงานได้ถกกันต่อ หลังจากท่านวิทยากรกลับไปหลังบรรยายเสร็จ

ท่านวิทยากรบอกว่า  ซอฟท์แวร์ที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ที่คนในอาชีพนั้นเองให้ความเห็น คือกระดาษทดอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น Excel) เพราะคลุมรูปแบบการใช้งานจริงเกือบทั้งหมด ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้

แต่ในขณะที่วิสัยทัศน์ ICT มองไปที่

  • ระบบเว็บที่ตามดูราคาส่งมอบล่วงหน้าสำหรับเกษตรกรรม
  • หุ่นยนต์สำหรับเกษตรกร
  • ระบบอัจฉริยะในการตรวจจับและควบคุมกิจกรรมเกษตร
  • ...(ยังมีเหลย แต่คร้านแหลง)...

ผมฟังแล้วก็คิดว่าเข้าใจสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง supply push อีกฝ่าย demand pull

ฝ่าย supply push มองว่า อะไรที่อยู่ในวิสัยเป็นไปได้ในอนาคต ก็น่าทำ

ฝ่าย demand pull ก็จะมองว่า อะไรที่ใช้จริงได้ในปัจจุบัน ก็ต้องเน้น

ผมเองมองเทไปทางฝ่ายที่ยืนอยู่กับปัจจุบันมากกว่า ว่านี่แหละ คือปัญหาจริง ของจริง ที่หากไม่สามารถแก้ปัญหาจริงของวันนี้ได้ ก็อาจไม่มีอนาคตเหลือให้ใฝ่ฝัน

อนาคต เป็นสิ่งที่เราต้องลงทุน หว่านไว้ก่อนบ้าง แต่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่เราต้องทุ่มเท

หุ่นยนต์ฉลาด ๆ ทำอะไรได้มาก ก็จริง  แต่คำถามคือ ใครคือลูกค้า ? และมีลูกค้ากี่คน ?

ลองนึกถึง exoskeleton (ชุดสูทหุ่นยนต์เหมือนในหนัง avatar คนพิการใส่แล้วแบกกระสอบหนักได้) สำหรับคนชราหรือคนพิการที่แทบจะช่วยตัวเองไม่ได้ สวมเพื่อใช้ชีวิตใกล้เคียงคนปรกติ หรือใช้สวมทำงานแรงงานหนัก ๆ แต่ราคาเท่ากับรถหรูหนึ่งคัน เกษตรกรที่ไหนจะมีทุนรอนซื้อมาสวมไถนา ? ถ้าจะมี คงเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเกษตรมากกว่า ที่จะลงทุน กลายเป็น ICT2020 คือการปูทางให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตร ใช้ผลิตโดยไม่ง้อแรงงานมนุษย์ ไม่ใช่สำหรับชาวนาชาวสวนทั่วไปซื้อมาใช้

แต่ถ้าบอกว่า ICT2020 คือ ไทยจะยึดที่มั่นการสร้าง exoskeleton และ robots ออกขายสำหรับสังคมชราภาพทั่วโลก จะกลายเป็นมาตรการที่เร้าใจไปในทันที เพราะเงื่อนไขทุกอย่างล้วนสุกงอม คือเรามีฟากผู้สร้างเทคโนโลยี และมีฟากผู้ใช้งาน และแถมมีฟากอุตสาหกรรมไอที ครบองค์ที่จะขับเคลื่อน

robots และ exoskeleton ผมมองว่า สำคัญกับสังคมในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า แต่กลุ่มผู้ใช้จะเป็นสังคมชราภาพที่กำลังจะมาถึง ที่กำลังจะ"ระเบิด"เพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดด 

"ลูกค้า" กลุ่มนี้ อีกสิบถึงยี่สิบปีข้างหน้า ทั่วโลก มีจำนวนนับร้อยล้านคน ใครยึดส่วนแบ่งการตลาดได้เปอร์เซนต์เดียว ก็มีมูลค่านับแสนล้านบาทแล้ว

กลับมาดูกันว่า ทำไมโปรแกรมกระดาษทด ถึงสำคัญกับเกษตรกร ?

เหตุผลหลักคือ มันง่าย ยืดหยุ่น ใช้งานทั่วไปได้แบบเอนกประสงค์ ตั้งแต่จดวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย วางแผนการจัดการ ฯลฯ โดยใครก็ได้

ทั้งที่มันไม่สามารถทำ modeling สมการ partial differential equation ของสมการ Black-Scholes model ในการทำนายค่าราคา options ของสินค้าเกษตรได้เหมือน MATLAB ด้วยซ้ำ

เหตุผลเดียวกันนี้ เป็นรากฐานของ software usability มาตั้งแต่ยุคแรกเกิดของระบบคอมพิวเตอร์

เป็นเช่นนี้มาตลอด ไม่ได้เปลี่ยน

หัวใจคือ ง่าย เร็ว สะดวก

ไม่ใช่ว่าทุกโปรแกรมในโลกนี้ จะสามารถเข้าเกณฑ์นี้

พูดให้ถูก ก็ต้องบอกว่า มีน้อยโปรแกรมในโลกนี้ ที่เข้าเกณฑ์นี้ !

เรื่องนี้เป็นจริงกับ google

google มาทีหลัง แต่เบียด search engine ตัวอื่น ที่มาก่อนได้ เพราะ google สะอาด สะดวก เร็ว

เร็วเพราะแทบไม่ต้องโหลดขยะจำนวนมาก ที่เป็นลูกเล่น

สมัยนี้เราอาจไม่รู้สึก เพราะใช้เน็ตความเร็วสูง แต่ลองมองย้อนไปสมัยที่เข้าเน็ตผ่านโมเด็มที่ช้ากว่าทุกวันนี้พันเท่า ขยะเหล่านี้ คือด่านที่ผู้ใช้ฝ่าเข้าไปไม่ได้

ฝ่าไม่ได้ ก็ไม่ต้องฝ่า

นี่คือแนวคิดของผู้ใช้ทั่วไป ที่เป็นมนุษย์เดินดิน

ในสมัยนั้น google ใช้เวลาโหลดหนึ่งวินาที ส่วน yahoo รอเกือบนาที

ความแตกต่างไม่ถึงหนึ่งนาทีนี้ ทำให้ yahoo ถูกแซง ทั้งที่แต่เดิม เป็นขาใหญ่คับซอย

ลองนึกถึงระบบการแจ้งข่าวสาร

ลองเปรียบเทียบระบบแจ้งข่าวสารที่ คลิกเดียว เห็นหมดว่ามีข่าวอะไร กับระบบที่เป็น หนึ่งข่าว-หลายคลิก-และ login ใหม่หมด

ลองคิดดูเล่น ๆ ว่า ระบบไหนจะเป็นที่นิยม สำหรับมนุษย์เดินดิน ?

ไม่แน่ว่า ผู้ใช้ขี้รำคาญหลายคน เมื่อเจอระบบแจ้งข่าวสารแบบหลัง คงบอกกับตัวเองในใจว่า "กูยอมตกข่าว"

พูดดังไม่ได้ ของพรรค์นี้ เดี๋ยวจะไม่เป็นที่นิยม เพราะบ่งชี้ว่าเป็นคนที่ไม่เปิดใจให้กว้าง ไม่ยอมเรียนรู้ของใหม่ ตกยุค ล้าหลัง ฯลฯ

แต่ในโลกนี้ คนที่เขาไม่วิ่งตามแฟชัน ไอโฟน ไอผ่อด ไอเผ็ด ไอไรโช่ว ก็ยังมีอยู่

เพราะเขาอาจถือว่า สิ่งของเหล่านี้ คือข้าทาสบริวาร มีเพื่อใช้สอย ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อปรนนิบัติรับใช้มัน อยากจิกหัวใช้มันเมื่อไหร่ ก็ค่อยซื้อหาเอา ยังไม่ใช้ ก็ยังไม่ต้องสนใจ

เรื่องที่เสาะหาเทคโนโลยีใหม่มาบูชาประดุจได้พบศาสดา ใครอยากทำ ก็ให้เขาทำไป

แต่เชื่อหรือไม่ว่า สถานการณ์เรื่องการออกแบบการใช้งานซอฟท์แวร์ทุกวันนี้ คำว่า user friendliness ยังเป็นเป้าหมายในอุดมคติอันห่างไกล และอาจห่างไกลยิ่งกว่า robotics สำหรับทำเกษตร หรือ smart sensors สำหรับ smart homes ด้วยซ้ำ

มีแต่ใช้คำว่า user enemy จึงจะคู่ควร

หนึ่งปีของวิวัฒนาการไอที ก็ไม่ต่างจากวิวัฒนาการของสังคมสิบปี เราผ่านเวลาที่มีไอทีเพื่อมวลชนมาแล้วยี่สิบห้าปี ก็ไม่ต่างจากการที่สังคมวิวัฒนาการมาแล้วสองร้อยห้าสิบปี

แต่ถึงที่สุด เราก็ยังย่ำที่เดิม ?

หมวดหมู่บันทึก: ประชาสัมพันธ์
คำสำคัญ (keywords): usability  user enemy  user friendly
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 13 สิงหาคม 2553 12:46 แก้ไข: 13 สิงหาคม 2553 20:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.232.51.240
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ