นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2742
ความเห็น: 5

เกาะกระแสเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ เปลี่ยนเร็วมาก จนบางที ใช้หรือไม่ใช้ ก็ลองเหลือบ ๆ มันซะหน่อย เผื่อมีอะไรดีที่เผลอมองข้ามไป

เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ เปลี่ยนเร็วมาก

แทบเบล็ต สมาร์ทโฟน เดี๋ยวนี้ นักศึกษาเกือบครึ่งห้อง ใช้กันอุตลุด ไม่รู้ค่ายไหนต่อค่ายไหน ซึ่งดูแล้ว ผมเฉย ๆ เพราะรู้สึกว่า มีคอมพิวเตอร์ ใช้สบายกว่าลุย

ผมมาเอะใจว่า ตัวเองมองข้ามอะไรหรือเปล่า ตอนที่เห็นนักศึกษาใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปจากกล้องจุลทัศน์นี่แหละ ที่เปลี่ยนมุมมองว่า มันอาจมีศักยภาพหลายอย่างที่ผมยังไม่เคยคิดจะดึงมาใช้ ก็เลยลองใช้ดู

เช่น

-เป็นไฟฉายก็ได้

-มันมีเลนส์จิ๋ว ถ่ายแนบกล้องจุลทัศน์ เห็นเหมือนเรามองในกล้อง ถ่ายรูปเสร็จ อัพขึ้น gmail หรือ social media ได้เลย (เวลานักศึกษาส่งข้อมูลการทดลองให้เพื่อนในกลุ่ม) ซึ่งเมื่อก่อน กล้องที่ถ่ายรูปได้แบบนี้ แพงสุด ๆ

SMARTPHONE

(ภาพนี้ ขอบคุณน้องอ้อนแห่ง lab เทคโน ที่เอื้อเฟื้อเซ็ตกล้องจุลทัศน์ให้)

กล้องใหญ่ราคาแพงทำแบบนี้ไม่ได้เพราะเลนส์ใหญ่กว่าเลนส์มองภาพ แต่กล้องถ่ายรูปที่เลนส์กล้องเล็กจิ๋วทั้งหลาย กลับใช้ได้เหมาะกว่า เพราะสามารถแนบเลนส์มองภาพของกล้องจุลทัศน์ได้

-มันวัดความดังเป็นเดซิเบลได้ ใช้สำรวจอะไรหรอย ๆ ได้ไม่น้อย

-มันมี sensor ควบระบบ GPS หรือเครือข่ายสื่อสาร บอกข้อมูล spatiotemporal ครบเครื่อง เช่น ตำแหน่งพิกัดรุ้งแวง การเคลื่อนที่ ความเร่ง การเอียงคว่ำหงาย (ตัวอย่างเช่นเมื่อใช้ google sky maps) ทำให้ใช้บริการแผนที่ เส้นทาง ได้สะดวก แม้จะไม่สามารถบอกตำแหน่งเราได้แม่นยำนัก

ผมลองทดสอบด้วยการทะลุจากเส้นปุณกัณฑ์ไปออกเส้นจะนะ-สงขลาโดยใช้ GPS ปรากฎว่า มันชี้ตำแหน่งผมผิดไปราวสองกิโลเมตร ทำให้มีหลงได้เวลาเจอแยกที่ชุลมุนหลายแพร่ง แต่หลังจากผ่านจุดที่ชุลมุนไปแล้วสักไม่กี่กิโลเมตร ก็จะกลับมาชัดเจนอีกครั้งว่ากำลังอยู่ตรงไหน

-การที่มันวัดมุมได้ การใช้เพื่อกะระยะทางหรือความสูงแบบแม่นยำสูง น่าจะอยู่ในวิสัย

-ลองนึกถึงการทำแผนที่เดินดินของนักสำรวจภาคสนาม ใช้มือถือช่วยแล้วเราเห็นภาพใหญ่แบบง่าย ๆ การสำรวจสำมะโนที่เคยเป็นงานโหดมาก เมื่อมีเครื่องมือที่ดี ก็จะทำได้สะดวกขึ้นมาก (รอ 3G หน่อย ถึงจะดีจริง ไม่งั้นโหลดแผนที่ด้วยสัญญาณมือถือธรรมดา บอกได้คำเดียวว่า รอจนงั่ก อิอิ) มันบอกตำแหน่งเราไม่แม่นก็จริง แต่แผนที่มันแม่น และเราจิ้มหาตำแหน่งเส้นรุ้งแวงได้แม่น คนที่ชำนาญพื้นที่ สามารถใช้แผนที่บวกประสพการณ์ตัวเองบอกตำแหน่งรุ้งแวงได้แม่นระดับผิดไม่กี่เมตร

-มันมี sensor วัดสัญญาณแม่เหล็กที่แรงระดับไมโครเทสลาได้

นั่นคือ มันใช้เป็นตัวตรวจจับทิศ ตรวจจับโลหะได้ (ไม่ไวนัก แต่ลองนึกถึงเทคโนโลยีนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าดู) และคนที่มีหัวดัดแปลง ใช้ประยุกต์เป็นเครื่องมือวัดปรากฎการณ์เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้อย่างหยาบ ๆ เรียกว่ามีศักยภาพ ใช้เป็นอุปกรณ์ทดลองทางฟิสิกส์ได้สบาย รวมถึงการนำไปใช้งานจริงระดับหนึ่ง

(มีโปรแกรม export ค่าที่อ่านจาก sensor เหล่านี้ให้ดาวน์โหลดด้วยครับ)

-ลองนึกถึงคนที่ออกแบบหุ่นยนต์ แทนที่จะนับศูนย์ใหม่หมด ใช้วิธีแฮ้คมือถือพร้อมกันหลาย ๆ ตัวที่วางประกอบในส่วนต่าง ๆ ของหุ่น ดึง spatiotemporal data streaming มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เท่ากับทุ่นแรงสร้าง feedback sensor ไปได้เยอะ 

เรื่องเหล่านี้ ยังไงก็มา เหมือน youtube, twitter, facebook นั่นแหละ เราจะชอบหรือไม่ชอบ เห็นแต่โทษ หรือเห็นแต่คุณ ขึ้นกับการเปิดใจ

ถ้าเราไม่เรียนรู้ที่จะใช้สมรรถนะด้านบวกของมัน เราก็จะใช้เป็นแต่สมรรถนะด้านลบ คือเพื่อถ่ายรูปตัวเองให้ปากเบี้ยวที่เรียกว่าทำหน้าแบ๊วเป็นหลัก

แต่ด้านบวกนี่สิ ยังมีรอให้เราลองไปสำรวจอีกมาก ว่าเราจะเก่งพอที่จะดึงศักยภาพของมันมาใช้ไหม

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
คำสำคัญ (keywords): smart phone; GPS
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง Cc-by-nd
สร้าง: 25 กรกฎาคม 2554 22:42 แก้ไข: 29 กรกฎาคม 2554 14:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 mandala, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมก็ไม่เคยสนใน smartphone แบบนี้เหมือนกัน

แต่ข้อมูลที่ได้มาก็น่าสนใจนะครับ

ทุกอย่างไม่ดีไปทุกเรื่อง ทุกอย่างไม่มีข้อเสียไปทุกเรื่อง อยู่ที่ว่า เราจะนำมาปรับใช้ยังไง ใช้ให้เกิดประโยชน์ (สูงสุด) อย่างไร นอกเหนือจากตอบสนองความต้องการ (เพื่อไม่ให้ตกยุค) หรอยอย่างเดียว

หลายๆ อย่างสะดวกขึ้นเยอะ
ว่าแต่ว่า ใครมีเหลือใช้ ให้หยิบยืมใช้กันบ้างก็ได้นะครับ ไม่ว่ากัน

๕๕๕๕

เราเอง

สนุกในการไล่ตามเทคโนโลยี...

เช้าวันหนึ่งในขณะที่ คุณเมตตา เดินเข้ากองฯ ตามปกติ

มีน้องวัยรุ่นใน สนง.แซวว่า...คุณแม่จิ๊บ..

ลูกสาวคนเล็กวัย 8 ขวบของดิฉันเธอขี้เกียจเรียนหนังสือแม่รู้หรือเปล่า?

เหรอจ๊ะ...ก็พอรู้อยู่บ้างหรอกเรื่องขี้เกียจเรียนมีอาการพอส่อให้เห็นหลายอย่าง

ว่าแต่...น้องรู้ได้ยังไง? เราไม่เคยคุยกัน

ก็คุณลุกสาวพี่คุยกับหนูทุกวัน...ทาง Face book

เธอบ่นว่าครูสอนมากไป...จำไม่หมด สรุปเลยเกียจเรียน...

อ๋ออออ! ฝากบอกเธอนะคะ...ว่าแม่จิ๊บจะซื้อควายให้เลี้ยง ฝูงนึง..

ก๊ากส์สสสสส.

  • ผมเคยต้องไปหาซื้อมือถือให้ผู้สูงวัยใช้เป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับเวลามีปัญหาสุขภาพ ได้ข้อสรุปเลยว่า เปลี่ยนจากเทคโนโลยีมือถือแบบ desktop ที่ใช้ในสำนักงาน มาเป็นเทคโนโลยีมือถือโนเกียรุ่นคงกระพันชาตรี (ตัวแปดร้อยนั่นแหละ) ก็เป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีอย่างสุด ๆ แล้ว สำหรับคนที่วัยแปดสิบอัพ
  • ได้ข้อคิดว่า ตัวเอง ก็จะเป็นแบบนั้นในอีกสิบปีข้างหน้า อย่ากระนั้นเลย หัดซะตอนนี้เถอะ อัพเกรดทีละนิด น่าจะง่ายกว่าการไปหัด ubiquitous mobile communication ตอนกำลังหง่อม
  • และแม้แต่วัยรุ่นที่วันนี้ใช้ไอโฟนก็เถอะ วันไหนอายุถึงแปดสิบ ก็อาจมีปัญหาเรื่องช่องว่างทางเทคโนโลยีนี่เหมือนกัน
  • เรียกว่า ทีใครทีมัน ก็คงได้

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้น ต้องมีการคิดบวก และคิดหาแนวทางแก้ไข ให้มากกว่า การคิดลบ แล้วความคิดดีๆ มันจะเกิดขึ้นมาเอง แต่ในความเป็นจริง คนส่วนมากจะคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน ความคิดสร้างสรรค์จึงไม่บังเกิด

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.232.51.240
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ