นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 การบริหารอัตรากำลังของมหาวิทยาลัย (3)

Ico48
พนักงานมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง [IP: 220.140.39.197]
14 May 2008 23:46
#29250

ต้องขอบคุณคุณแดงมากนะครับที่ได้แจ้งเรื่อง เงินปรับเพิ่มค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ร้อยละ 4 ให้แก่พวกเราชาวพนักงานมหาวิทยาลัย หวังว่าคงจะเป็นข่าวดีอีกข่าวหนึ่งแก่ชาวพนักงานมหาวิทยาลัยนะครับ

จากการที่ผมได้อ่านความคิดเห็นของบุคลากรท่านอื่นที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พอสรุปได้ว่า พนักงานมหาวิทยาลัยหลายคนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหลือเกินต่อความเหลื่อมล้ำระหว่างข้าราชการกับพนักงานมหาวิทยาลัยในหลาย ๆ เรื่อง หรือแม้กระทั่งการพูดจาที่ดูถูกดูแคลนกัน เช่น เรื่อง เงินปรับเพิ่มค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ร้อยละ 4  ซึ่งได้มาในร้อยละที่เท่ากันแต่ระยะเวลาห่างกันมาก (กว่าจะได้มาก็เกือบปีแล้ว หรือก่อนหน้านั้นกว่าจะได้มาก็ใช้เวลาเป็นปี ๆ) จนทำให้พนักงานมหาวิทยาลัย ๆ คนต้องลาออกไป ซึ่งผมถือว่าเป็นการสูญเสียของมหาวิทยาลัยในการขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยได้ลงทุนไปเป็นจำนวนไม่น้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาอาจไม่คุ้มค่าเลยเมื่อพนักงานมหาวิทยาลัยต้องลาออกไป อย่าลืมนะครับว่า หลายๆ คนที่ตัดสินใจเข้ารับราชการหรือทำงานให้กับรัฐ (มหาวิทยาลัย) นั้น เขามีความมุ่งหวังในเรื่องของความมั่นคงในหน้าที่การงาน สวัสดิการการรักษาพยาบาล รวมถึงเงินบำเน็จหรือบำนาญ ซึ่งควรที่จะได้รับไม่น้อยไปกว่าที่ข้าราชการได้รับ แต่ในความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเลย กลับตรงกันข้ามกันหมด ปัญหาเหล่านี้ทางมหาวิทยาลัยก็ทราบดีแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่แก้ไขไม่ได้ (ผมทราบครับว่ามหาวิทยาลัยได้พยายามดำเนินการให้ดีขึ้น) แม้ว่าพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับเงินเดือนมากกว่าข้าราชการ (ซึ่งไม่มีการรับข้าราชการอีแล้วในขณะนี้) แต่สวัสดิการต่าง ๆ นั้นถูกผันแปรเป็นตัวเงินส่วนต่างของฐานเงินเดือนข้าราชการแล้วนะครับ (นั่นคือ เราไม่ได้รับสวัสดิการใด ๆ จากราชาการเลย นั่นคือ ค่ารักษาพยาบาลและเงินบำเน็จหรือบำนาญ)

อย่าลืมนะครับว่า ทรัพยาการบุคคลมีความสำคัญต่อมหาวิทยาลัยมาก ถ้าขาดคนดีและมีความสามารถแล้ว อนาคตอาจจะมีปัญหาได้  มหาวิทยาลัยควรหาทางที่จะแก้ปัญหาให้ได้ว่าทำอย่างไรให้พนักงานมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพอยู่กับมหาวิทยาลัยให้ยาวนานที่สุดหรือตลอดไปจนสิ้นอายุราชการ โดยเฉพาะเรื่อง เงินเดือน และ สวัสดิการต่าง ๆ ที่ยังเป็นปัญหาอยู่อันเนื่องมาจากความไม่เท่าเทียมกัน สำหรับอนาคตของพนักงานมหาวิทยาลัยนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยควรมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองในเรื่องสิทธิของตนเองมากขึ้น เช่น เป็นกรรมการใน คบม อย่างน้อยในสัดส่วน ข้าราชการต่อพนักงานมหาวิทยาลัย 1:1 เพราะสัดส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จน ทุกคนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยกันหมดในอนาคต ถ้ามหาวิทยาลัยวางรากฐานของพนักงานมหาวิทยาลัยไว้ไม่ดีแล้ว อนาคตอาจมีปัญหาที่อาจจะคาดไม่ถึง ซึ่งก็เหมือนกับปัญหาเล็ก ๆ ที่สั่งสมมาเพื่อรอวันปะทุนั่นเอง เมื่อพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นผู้ที่ต้องปฎิบัติตามมติของมหาวิทยาลัย ดังนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยจึงควรมีส่วนร่วมให้มากในการตัดสินอนาคตของตนเองด้วยนะครับ

อีกปัญหาหนึ่งที่ทราบมาครับในเรื่องของการสื่อสารของมหาวิทยาลัยไปสู่พนักงานมหาวิทยาลัย หลายครั้งมหาวิทยาลัยสื่อสารหรืออธิบายให้พนักงานมหาวิทยาลัยเข้าใจได้ยากมาก (หรือหลายคนอาจจะไม่เข้าใจเลย) ดังนั้น ควรจะหาวิธีการสื่อสารที่เข้าใจง่ายนะครับ เปรียบเสมือนสินค้าดี แต่ประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาไม่ดี ก็สามารถทำให้สินค้านั้นขายไม่ออกได้นะครับ จริง ๆ แล้ว มหาวิทยาลัยมีหน่วยงานและคณะต่าง ๆ มากมาย ก็น่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ (มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเมือง ๆ หนึ่ง)

 

ผมมมิได้มีความประสงค์ที่ไม่ดีแต่อย่างไรเลยต่อทางมหาวิทยาลัย ในทางตรงกันข้ามมีแต่ความหวังดีต่อทางมหาวิทยาลัยและเพื่อประโยชน์ต่อพนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนครับ ผมหวังว่าการติของผมในครั้งนี้จะเป็นการ ติเพื่อก่อ ให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นแก่ชาว มอ. ทุกท่านซึ่งต่างก็เป็นลูกพระบิดา ด้วยกันทุกท่านนะครับ

ขออภัยที่เขียนมาเสียยืดยาวเลยนะครับ