นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 ไม่เข็ด...

Ico48

ระบบกลืนกิน

ในฐานะคนเคยทำงานที่นั้นและเคยเห็นอะไรผ่านตามาหลายอย่าง ก็พอบอกได้ตามที่เห็น ที่ได้ยิน และเข้าใจนะครับ คือ

เราจะต้องจัดโครงการในลักษณะที่ตอบโจทย์งานความมั่นคงโดยตรง ถูกจริตผู้ว่าหรือปลัดบางคน เพราะบางทีการไปให้ความรู้ในมุมด้านการศึกษานั้น อาจจะไม่ถึงจุดมุ่งหมายของจังหวัด ถ้าอยากให้ความรู้ ความเข้าใจ สถาบันการศึกษาจะต้องทำเอง แต่ในลักษณะของจังหวัดนั้น จะต้องทำอะไรในแบบที่ว่า ต้องการให้สิ่งของหรือสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นกล่อง เป็นวัตถุ เป็นชิ้นงาน เป็นภาพลักษณ์ เหมือนได้ทำเสร็จแล้ว ได้หมด ไม่ใช่จะเริ่มทำหรือทดลอง ถ้าทดลองต้องไม่นานเป็นปี หนึ่งเดือนก็พอแล้ว ถ้าได้ในวันเปิดงานยิ่งดี

ส่วนผู้เชี่ยวชาญอะไรนั้นของเราที่มีอยู่ ต่อให้เีขียนโครงการดีแค่ไหน สุดท้ายเขาก็มีัคนใน คนในในที่นี้หมายถึงนักวิชาการที่ได้รับติดต่อประสานอยู่แล้ว นั้นก็หมายถึงว่า เขาเองก็มีเครือข่ายกลุ่มนักวิชาการอยู่แล้ว จะทำอะไรเขาก็สามารถปรึกษาได้อยู่แล้ว ยกตัวอย่าง กรณีความไม่สงบใน ๓ จังหวัด ถ้าถามว่ามี อ.ท่านหนึ่ง เพิ่งจบใหม่หรือทำงานนานแล้ว แล้วอยากจะขอทุนทำโครงการด้านความมั่นคงแบบตรง ก็คงจะไม่ได้ เพราะเขาเองก็เล่นกับเรื่องนี้มานาน เขาคงมีเครือข่ายที่ใช้งานได้อยู่แล้ว

เรื่องการเคลียร์งบประมาณ ตรงนี้ต้องมองว่าไม่ยุ่งยากเลย แต่มันใช้ระบบเดียวกัน กระทรวงเดียวกัน บางทีเขาอาจจะทำให้ดูยุ่งยากเอง เช่น บางทีของ ม.อ.ปัตตานี ยังดูยุ่งยากกว่าวิทยาเขตอื่นหรือมหาวิทยาลัย มันก็เหมือนกับการเบิกเงินด้วยบิลเงินสด หนังสือรับรองแทนใบสำคัญรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน และใบกำักับภาษี มันจะดูยากตามลำดับที่เรียงมาแบบนั้น

สุดท้ายแล้ว จะที่เคยเจอและรู้สึกน้อยใจนิดๆ คือ สมมุติว่า ถ้ามีการฝึกอบรม ชรบ. ถ้าผมเป็นอาจารย์ด้านความมั่นคง ผมจะอบรม ชรบ.นี้ ผมก็เสนอไป แต่พอเข้าไปแล้วเขาก็ขอต่อเติมชื่อโครงการต่อจากเราด้วยคำว่าและ... จากนั้นก็ขอส่วนแบ่งตามระเบียบเลย ไม่ใช่ขอดื้อๆ แต่ถ้าเราไม่ให้ต่อชื่อ โอกาสที่เราจะได้ทำโครงการคงไม่มี เพราะเขาจะัยึดรูปแบบโครงการไปเลย ปรับนิดหน่อย ไม่ยาก เด็กจบ ป.ตรี เยอะแยะ มาช่วยอแดปให้

ทีนี้ ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย การศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างๆตั้งแต่ในระบบและนอกระบบ เช่น ครอบครัว สังคม เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะบ่มเพาะให้คนได้ตระหนักว่า สิ่งได้ถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งมีความยุติธรรม

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเรื่องเล่านะครับ มีใช้หางตาดูบ้างแต่มันก็นานมาแล้ว ไม่ต้องถามว่าจริงไหม คนทำงานด้วยกันจะรู้เอง แต่ไม่มีใครอยากพูด แต่ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร มันแค่ผิดใจกันเท่านั้นเอง

คิดง่ายๆเหมือนจะัไปซื้อของแต่ร้านนี้ แต่เขาไม่รับซื้อ อะไรประมาณนี้

เนื้อหาเต็ม: ไม่เข็ด...